Novel

Photobucket - Video and Image Hosting  

งานเต้นรำแห่งจันทร์คู่แฝด

ไซโตะตื่นขึ้นมาโดยมีหลุยส์นอนอยู่ข้างๆซึ่งนี่ก็เป็นเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่หลุยส์ได้พบกับไซโตะอีกครั้งและทั้งคู่ก็ยังอยู่ที่บ้านของทีฟาเนีย ไซโตะที่อยากจะทำให้แน่ใจว่าตอนนี้นั้นหลุยส์ได้ตกหลุมรักตนเองแล้วใช่รึเปล่า ซึ่งหลุยส์ก็ตื่นขึ้นมาพอดี ไซโตะก็ถามว่าหลุยส์ชอบตนหรือไม่ หลุยส์ก็ถามกลับว่าไซดตะเกลียดที่หลุยส์นั้นหน้าอกเล็กหรือไม่และไซโตะนั้นชอบหน้าอกใหญ่หรือเล็กมากกว่ากัน ไซโตะก็พยายามฝืนตอบไปว่าชอบอกเล็กมากกว่า แล้วทั้งคู่ก็จูบกัน ไซโตะทนไม่ไหวจึงกดหลุยส์นอนลงและเริ่มจูบที่ต้นคอหลุยส์และพยายามเอามือสอดเข้าไปในเสื้อแต่หลุยส์ก็ปัดป้องออกแล้วบอกว่ายังสว่างอยู่ แล้วทั้งคู่ก็ออกมาข้างนอกห้องพบกับทีฟาเนีย เชียสต้าและอานิเอส และก็คุยกันถึงเรื่องที่ว่าใครเป็นคนที่เข้ามาทำร้ายพวกตนเมื่อคืน อานิเอสยังหยอกล้อทั้งคู่เพราะคิดว่าหลุยส์และไซโตะเมื่อคืนทำอะไรกันรึเปล่าทำให้ต้องเขินอาย เชียสต้าสีหน้าเคร่งเครียดเดินมาเหยียบเท้าไซโตะแล้วถามว่าไซโตะทำไปแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งไซไตะก็ตอบว่ายังไม่ได้ทำอะไรแต่ในใจก็คิดว่าไม่พ้นคืนนี้แน่นอน หลังจากที่ทานอาหารเช้ากันเสร็จ เชียสต้าเอ่ยปากถามทุกคนถึงความฝันในอนาคตอานิเอสตอบว่าหลังจากก้าวหน้าในชีวิตแล้วจะไปซื้อที่ดินที่บ้านเกิดและลาออกจากหน่วยพลปืนและใช้ชีวิตในที่ที่ได้ยินเสียงคลื่นทะเล ส่วนเชียสต้าบอกว่าขอได้อยู่กับคนรักก็มีความสุขแล้วพร้อมทั้งมองมาที่ไซโตะแล้วก็หันไปถามทางหลุยส์ซึ่งหลุยส์ก็ไม่ยอมบอกโดยอ้างว่ายังไม่ได้คิดถึงมัน

พอถึงกลางคืนไซโตะกลับมาที่ห้องซึ่งหลุยส์ก็นั่งเงียบอยู่ ไซโตะก็ถามว่าหลุยส์กลัวหรือเปล่า หลุยส์ก็บอกว่าเปล่าแต่เมื่อก่อนเคยสัญญากับเอนริเอตต้าไว้ว่าก่อนที่เวลานี้จะมาถึงขอให้บอกกันไว้ก่อนและก็ดูเหมือนว่าหลุยส์จะผิดสัญญาเสียแล้ว ไซโตะไม่ลังเลรุกเข้าใส่หลุยส์ แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา ทีฟาเนียนั่นเองซึ่งเอาไวน์มาให้ดื่ม ไซโตะบอกหลุยส์ว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับทีฟาเนียเป็นการส่วนตัวซึ่งก็คือไซโตะอยากให้หลุยส์รู้เรื่องที่ทีฟาเนียเป็นผู้ใช้เวทย์สายเซโร่แต่ก็ต้องถามทางทีฟาเนียก่อน แต่หลุยส์กลับเข้าใจผิดว่าทั้งคู่มีความลับอะไรกันรึเปล่า ทีฟาเนียพลาดท่าล้มและทำถาดไวน์หกและก็ก้มลงเก็บเศษแก้วไวน์ทำให้หลุยส์รู้สึกถึงหน้าอกซึ่งใหญ่จนผิดปกติของทีฟาเนียและก็ต้องอึ้งที่เห็นไซโตะทำสีหน้ายิ้มออกมาจนต้องถามว่าไซโตะเห็นใช่ไหมแต่ไซโตะก็ทำเป็นเงียบแล้วตอบว่าตนเองนั้นมองแต่หลุยส์อย่างเดียว หลุยส์ซึ่งติดใจกับเรื่องขนาดหน้าอกเป็นอย่างมาก และเมื่อไซโตะกลับถึงห้องก็พบว่าหลุยส์หลับไปแล้ว

 
ในกลางป่าเซาท์โกต้า หลุยส์แอบออกมาคนเดียว และก็มาหยุดอยู่ข้างตนไม้พร้อมกับกระเป๋าที่ถือมาด้วย และก็หยิบเอาหูแมวสีดำออกมาจากกระเป๋าใส่บนศรีษะด้วยความเขินอายแต่หลุยส์ก็ตั้งใจที่จะไม่ยอมแพ้เพราะเชื่อมั่นในความน่ารักของตัวเอง และก็ยังคงติดใจกับทีฟาเนียที่มีหน้าอกใหญ่ผิดธรรมชาติเป็นอาวุธที่สำคัญ เมื่อหลุยส์แน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่จึงหยิบเอาชุดเมดที่แอบเอามาจากเชียสต้าและชุดสวมกันเปื้อนของทีฟาเนียออกมาใส่และก็มั่นใจว่าไม่แพ้ใครอย่างแน่นอน แต่ก็ยังติดใจเรื่องขนาดหน้าอกจึงพึมพำบ่นชมตัวเองและก็เตะต้นไม้ไปพลาง จนมีแมลงตกลงมาจนทำเอาหลุยส์ต้องร้องกรี๊ด หลังจากที่สงบลงซึ่งเมื่อเช้าหลุยส์ได้ทิ้งจดหมายซึ่งมีข้อความว่า รออยู่ในป่านะ ไว้ให้กับไซโตะซึ่งกำลังหลับอยู่ และหลุยส์ก็เริ่มซ้อมบทพูดที่จะพูดกับไซโตะซึงก็มีกล่าวขอบคุณที่ไซโตะมาช่วยตนเสมอและก็ยังซ้อมท่าที่จะเปิดกระโปรงด้วยมือทั้งสองข้างและใช้ปากกัดขอบกระโปรงเอาไว้อีกด้วยพร้อมกับพูดว่า ทำอย่างอ่อนโยนหน่อยนะ และก็ยังเตรียมการไปจนถึงถ้าเกิดตนถูกไซโตะรุกเข้าใส่อีกด้วย

 
ทีฟาเนียตื่นขึ้นมาคิดถึงเรื่องที่หน้าอกตัวเองใหญ่ผิดธรรมชาติแล้วก็เปลี่ยนมาคิดเรื่องเตรียมเมนูอาหาร ซึ่งเธอกะจะทำพายลูกท้อและแอปเปิ้ล เธอจึงทิ้งจดหมายมีข้อความบอกว่าออกไปเก็บผลไม้ในป่าเอาไว้ ไซโตะก็ตื่นขึ้นมาซึ่งยังนึกผิดหวังที่พลาดท่าไปถึง 2 คืนติดและก็เห็นจดหมายแต่ตนเองอ่านไม่ออกจึงเอาไปให้อานิเอสอ่านให้ฟังซึ่งก็รู้ว่าเขียนไว้ว่า รออยู่ในป่า แต่กลับไม่บอกทั้งสถานที่และผู้ฝากเอาไว้ ไซโตะจึงออกไปยังป่าระหว่างที่เดินอยู่ในป่านั้นไซโตะก็ถูกทีฟาเนียเรียกไซโตะจึงถามว่าทีฟาเนียทิ้งจดหมายเอาไว้ใช่รึไม่ซึ่งทีฟาเนียก็ตอบว่าใช่ ซึ่งทีฟาเนียตอบว่าอยากจะปรนนิบัติด้วยความยินดีและอยากให้ได้ทานผลไม้อร่อยๆ แต่ไซโตะกลับเข้าใจผิดไปคนละโลกคิดถึงปรนนิบัติอย่างอื่นด้วยความบันเทิงและก็ยังเปรยผลไม้ผิดๆไปถึงหน้าอก ซึ่งไซโตะก็จะทำเป็นปฏิเสธเพราะคิดถึงหลุยส์และเอามือยื่นทำท่าปฏิเสธแต่กลับไปถูกหน้าอกของทีฟาเนียเข้า ทีฟาเนียทำหน้าอายจะร้องไห้ไซโตะก็แก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจ และก็ได้ยินเสียงท่องคาถามาทางด้านหลัง หลุยส์นั่นเองซึ่งระยะเวลาที่หลุยส์ท่องคาถาทำให้ไซโตะระลึกว่าเป็นระดับที่ถ้าโดนเข้าต้องตายแน่นอน จึงออกวิ่งหนีไปเจอเข้ากับเชียสต้าซึ่งไซโตะก็เอ่ยปาขอความช่วยเหลือ แต่เชียสต้าก็ไม่พอใจที่ไซโตะไปจับหน้าอกทีฟาเนียจึงไม่ยอมช่วยและก็ไปหลบอยู่ใต้เงาไม้ หลุยส์ตามมาทันร่ายคาถา Explosion ใส่ไซโตะทำให้ไซโตะอยู่ในสภาพปางตาย ทีฟาเนียเห็นเข้าจึงรู้เรื่องที่หลุยส์เป็นผู้ใช้เวทย์สายเซโร่และหลุยส์ก็เห็นทีฟาเนียที่ไม่ได้ใส่หมวกมาวันนี้มีหูที่ยาวจึงรู้ว่าเป็นเอลฟ์

 

หลุยส์ต่อว่าไซโตะว่าทำไม่ไม่ยอมบอกเรื่องของทีฟาเนียให้ตนรู้และก็ไปต่อว่าทีฟาเนียเรื่องขนาดหน้าอกของเธออย่างไม่พอใจ และก็บีบหน้าอกทีฟาเนียพร้อมสั่งให้ขอโทษเรื่องที่เธอมีหน้าอกใหญ่ผิดธรรมดา เดลฟลิงเกอร์ยังปากเสียใส่อีกว่าทั้งคู่ถือครองเวทย์สายเซโร่เหมือนกันแต่คนนึงดันเซโร่ไปถึงหน้าอก หลุยส์จึงร้องด้วยความโกรธเข้าเตะผ่าหมากไซโตะ หลังจากนั้นทีฟาเนียจึงเล่าเรื่องของเธอให้หลุยส์ฟังทั้งหมด และก็บอกว่าเป็นไปว่าได้ว่าผู้ถือครองเวทย์สายเซโร่นั้นมีทั้งหมด 4 คนจากจำนวนสมบัติลับและแหวนของบริมิล ซึ่งเดลฟลิงเกอร์บอกว่าเป็นพลังที่เอาไว้ยึดดินแดนศักดิสิทธิกลับคืนมาจากเอลฟ์ หลังจากนั้นอานิเอสสั่งให้พวกไซโตะกลับไปยังทริสเทนเพราะได้รับคำสั่งมาจากเอนริเอตต้า ไซโตะเอ่ยปากชักชวนทีฟาเนียให้ไปด้วยกันเพราะอยากตอบแทนที่ช่วยเหลือตนเอาไว้และทีฟาเนียเคยบอกว่าอยากเห็นโลกภายนอก แต่ทีฟาเนียปฏิเสธเพราะมิอาจทิ้งเด็กๆเอาไว้ได้ เมื่อทั้ง 4 มาถึงเมืองท่าโรซิธต้องตกใจที่มีเรือเหาะขนาดใหญ่มารับซึ่งต้องเป็นระดับบุคคลที่สำคัญมากเท่านั้น

 

เอนริเอตต้าซึ่งกำลังกระวนกระวายต่อการกลับมาของพวกหลยส์ ซึ่งห้องทำงานของเธอนั้นตอนนี้เหลือเพียงโต๊ะเก่าๆตัวเดียวเพราะขายของทั้งหมดเอาเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตในการรบไปหมดแล้ว พวกหลุยส์ก็มาถึง ซึ่งเอนริเอตต้าเอ่ยปากขอโทษที่ส่งหลุยส์ไปทำเรื่องอันตราย แต่หลุยส์ก็ไม่คิดต่อว่าอะไรเอนริเอตต้าและก็เล่าเรื่องที่ได้เจอผู้ถือครองเวทย์สายเซโร่อีก 2 คนซึ่งคนหนึ่งหมายปองทำร้ายเธออีกด้วย เสร็จแล้วก็หันมาคุยกับไซโตะซึ่งเอนริเอตต้าเอ่ยปากขอบคุณในการช่วยเหลือของไซโตะและยกย่องให้เป็นผู้กล้าพร้อมกับยื่นหมายรับเข้าตำแหน่งหัวหน้ากองพันอารักขาใหกับไซโตะ ซึ่งหลุยส์ถึงกับตกใจและก็บอกว่ายอมรับไม่ได้เพราะหมายถึงการให้ผู้ที่ไม่ใช่คนโลกนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นระดับขุนนางไปเลย แต่เอนริเอตต้าก็บอกว่าเธอเลือกคนที่ความสามารถและถ้าไซโตะกลายเป็นระดับขุนนางก็จะสามารถช่วยงานหลุยส์ได้ง่ายยิ่งขึ้นแถมยังมีประโยชน์ต่อการหาวิธีที่จะกลับโลกเดิมอีกด้วย แต่ไซโตะยังไม่อาจทำใจรับตำแหน่งได้ เอนริเอตต้าจึงให้เวลาตัดสินใจและมอบตำแหน่งอัศวินให้แทน
เช้าวันรุ่งขึ้นหลุยส์และไซโตะกลับไปยังทริสเทน ซึ่งไซโตะสวมผ้าคลุมที่มีสัญลักษณ์ยศอัศวินที่ได้รับมาจากเอนริเอตต้า แล้วก็ยังเยาะเย้ยหลุยส์ว่าตอนนี้ศักดินาของไซโตะและหลุยส์นั้นเท่าเทียมกันแล้วแต่หลุยส์ก็ถางกลับว่าการเทียบยศอัศวินและตระกูลวาริเอลก็เหมือนเอาจิ้งจกมาเทียบกับมังกร แต่หลุยส์กลับแอบดีใจอยู่ลึกๆว่าพ่อของเธอคงจะยอมรับมากขึ้นถ้าได้คู่มีตำแหน่งอัศวินแต่ก็ยังกลัวว่าจะมีหญิงมาพัวพันไซโตะมากยิ่งขึ้น พอทั้งคู่มาถึงนักเรียนต่างกรูกันเข้ามาหาโดยมีกีซเข้ามาแสดงความยินดีที่ไซโตะยังมีชีวิตอยู่เป็นคนแรกและก็ต้องตกใจที่เห็นตราประดับยศอัศวิน ไซโตะขอไปพบหน้าเหล่าอาจารย์เพื่อรายงานตัว โดยไซโตะอยากเจอกับคอลแบรต์อย่างมาก แต่กีซและมอนโมเรนซี่ก็กลับมีท่าทีสงบลงจึงได้รู้ความจริงที่คอลแบรต์เสียชีวิตไปในการปกป้องนักเรียน ไซโตะถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจเป็นอย่างมาก ในตอนกลางคืนไซโตะนั่งเงียบซึมอยู่ในห้อง ซึ่งหลุยส์ก็ไม่รู้ว่าจะปลอบใจอย่างไรดี
 
เมื่อไซโตะได้รับตำแหน่งจึงได้รับเงินรายปีในจำนวนพอประมาณแต่ก็ต้องเสียเงินไปกับการซื้อม้าตามคำสั่งของหลุยส์ส่วนเงินส่วนที่เหลือก็ถูกสั่งให้เอาไปฝาก โดยไม่ยอมให้ไซโตะออกไปเช่าห้องแยกอยู่เป็นการส่วนตัว และก็ยังต้องเสียเงินสร้างเพิงเก็บเครื่องบินอีก สองสัปดาห์ผ่านไป ซึ่งสามวันหลังจากที่ไซโตะลับมาที่โรงเรียน เอนริเอตต้าก่อตั้งกองพันอารักขาในนามหน่วยอัศวินอารักขาแห่งภูติวารี ซึ่งเอาชื่อมาจากหน่วยอัศวินอารักขาราชวงศ์แห่งทริสเทนในสมัยก่อนซึ่งเป็นตำนาน ซึ่งทีแรกไซโตะจะได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองพันแต่อานิเอสบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้คนสสามัญมาเป็นระดับนี้ถือว่าเร็วเกินไป จึงแต่งตั้งให้กีซเป็นหัวหน้ากองพันแทนส่วนไซโตะก็เป็นตำแหน่งรองหัวหน้ากองพัน ซึ่งสมาชิกต่างเป็นนักเรียนของโรงเรียนและในวันนี้ก็จะมีการซ้อมรบ ซึ่งกีซยังมีท่าทีหวาดหวั่นอยู่ไซโตะจึงต่อว่าเพราะเห็นสมเพชแต่กีซก็อ้างว่าให้ไซโตะเป็นหัวหน้าแต่ทีแรกก็น่าจะดีแล้ว และไซโตะก็บอกว่าที่กีซเป็นแบบนี้มอนโมเรนซี่จึงไม่ยอมยกโทษให้ กีซจึงยัวะถือคฑากุหลาบขึ้นมาและไซโตะก็จับดาบตั้งท่าแต่กีซเห็นว่าตนสู้ไม่ได้จึงขอแบบมือเปล่าแทน ทั้งคู่จึงเข้าชกกันโดนมีนักเรียนส่งเสียงเชียร์

หลุยส์และมอนโมเรนซี่นั่งอยู่ที่ม้านั่งดูสถาณการณ์ ซึ่งหลุยส์กำลังซ่อมแซมเสื้อนอกของไซโตะที่ขาดวิ่นจากการรบ มอนโมเรนซี่จึงหยอกล้อว่าหลุยส์เหมือนผู้หญิงที่ตกอยู่ในความรัก ซึ่งหลุยส์ก็ยังคงไม่พอใจที่ไซโตะให้เวลากับตนน้อยลง ตื่นแต่เช้าออกไปซ้อมและก็กลับมานอนตอนกลางคืน ซึ่งหลุยส์ก็ยังไม่ยอมรับที่ตนนั้นชอบไซโตะ มอนโมเรนซี่เตือนหลุยส์ว่าผู้ชายทุกคนเจ้าชู้อย่าไปยอมพลีกายให้เด็ดขาดเพราะพอเบื่อแล้วก็จะหันไปหาหญิงอื่น ซึ่งหลุยส์ต้องเขินอายเพราะโดนแทงใจดำจนต้องตัดพ้อไปถึงกีซที่น่าจะมีปัญหากว่าเพราะได้รับยศเช่นกันจะต้องตกเป็นเป้าสายตาของสาวๆ มอนโมเรนซี่กลับชี้ไปทางไซโตะซึ่งกลายเป็นว่าถูกสาวๆรุมตอมแทน ผู้หญิงที่ชื่อเคที่ซึ่งกีซเคยจีบก็เอาจดหมายมาให้ไซโตะอ่าน ผู้หญิงคนอื่นก็เช่นกัน กีซเข้าไปหมายเรียกความสนใจคืน แต่เคที่ก็บอกว่ากีซนั้นมีมอนโมเรนซี่อยู่แล้วแต่กีซก็บอกว่าเคที่เป็นเบอร์หนึ่งต่างหาก มารู้ตัวอีกทีก็ถูกเวทย์น้ำของมอนโมเรนซี่เล่นงานเอา และเคที่ก็เอาคุ้กกี้มาให้ไซโตะ หลุยส์รีบเข้ามาคว้าไปกินแล้วบอกว่าไม่อร่อยแถมยังเตือนห้ามให้อาหารหมาคนอื่น แล้วหลุยส์ก็อัดไซโตะล้มลงไป มาลิคอลเน่ที่อยู่เห็นเหตุการณ์ก็ถอนหายใจว่าน่าจะให้หลุยส์และมอนโมเรนซี่เป็นหัวหน้ากองพันแทนจะดีกว่า

วันต่อมาไซโตะไปถามหาถึงเชียสต้าที่ห้องครัว แต่เหล่าพ่อครัวกลับมองไซโตะด้วยสายตาเย็นชาทำให้ไซโตะรู้สึกเสียใจจนทำสีหน้าเศร้า เพราะพ่อครัวคิดว่าไซโตะที่ได้เป็นขุนนางแล้วคงจะถือตัวและไม่เห็นหัวชนชั้นสามัญ แต่ไซโตะก็บอกว่าไม่ได้อยากเป็นหรอกที่จริงแต่การได้ขึ้นเป็นขุนนางทำให้ไซโตะใช้ประโยชน์จากตรงนี้เพื่อการอื่นได้เช่นหางทางกลับบ้านก็เท่านั้น แล้วมัลโต้หัวหน้าพ่อครัวก็ยอมเข้าใจและขอโทษไซโตะพร้อมบอกว่าที่จริงตนริษยาไซโตะที่ได้เป็นขุนนาง แล้วเชียสต้าก็เข้ามาหาและก็บอกว่าเธอถูกรับเลือกให้เป็นผู้รับใช้ประจำตัวไซโตะ ส่วน

อีกด้านหลุยส์ก็กำลังวางแผนมัดใจไซโตะโดยคราวนี้เปลี่ยนมาลองชุดนักเรียนและเดลฟลิงเกอร์ก็เหน็บแนมว่าพฤตกรรมแบบนี้ไม่สมเป็นชนชั้นสูงศักดิ์เอาซะเลยและก็บอกว่าถ้าจะทำให้ไซโตะชอบก็ให้ทำตัวจริงใจซักหน่อยแต่หลุยส์ก็ตอบไม่และก็บอกว่าไม่ได้ชอบหรอก แล้วหลุยส์ก็เริ่มเล่นละครคนเดียวโดยเริ่มจากแสดงเป็นไซโตะพูดกล่าวชมหลุยส์ว่าน่ารักสารพัดและก็กลับมาเป็นหลุยส์ยืนขึ้นด่าท่อว่าเพิ่งจะรู้สึกถึงความน่ารักของชั้นรึ แล้วก็กลับมารับบทไซโตะอีกบอกให้เรียกตัวเองว่าหมาแล้วก็กลับเป็นหลุยส์ยืนเกาะอกสั่งให้เลียรองเท้า(พระเจ้าช่วย - -) แล้วหลุยส์ก็กลับมารับบทไซโตะทำท่าเลียรองเท้าแล้วหลุยส์ก็รู้สึกตัวอีกทีเมื่อเดลฟลิงเกอร์เรียกให้หันไปมองประตูที่ไซโตะและเชียสต้ากำลังมองด้วยสายตาสมเพชเวทนา แล้วไซโตะก็บอกให้หลุยส์ไปหาหมอเถอะยังรักษาได้อยู่ หลุยส์อายจนจะกระโดดหน้าต่างจนทั้งคู่ต้องมาห้าม และเชียสต้าก็เล่าเรื่องที่เธอได้รับมอบหน้าที่เป็นผู้รับใช้ของไซโตะให้หลุยส์ฟังซึ่งเชียสต้าต้องมาอยู่ร่วมห้องด้วยอีกคน หลุยส์ก็ไม่พอใจคิดว่าเป็นแผนของไซโตะและก็ถามเชียสต้าว่าจะนอนที่ไหนมีเตียงเดียว เชียสต้าก็บอกนอนด้วยกันสิเตียงออกจะใหญ่โต หลุยส์ไม่ยอม ไซโตะเลยบอกว่าตนจะไปนอนบนกองฟางให้ทั้งคู่นอนด้วยกัน แต่เชียสต้าก็ไม่ยอมเพราะไซโตะเป็นระดับชั้นขุนนางแล้วสุดท้ายหลุยส์ก็ให้นอนด้วยกัน แล้วเชียสต้าก็ไปกวางห้องโดยมีไซโตะช่วยอีกคนหลุยส์เห็นทั้งคู่ดูสนุกสนานเลยไม่พอใจของทำด้วยอีกคน ทั้งที่ไม่เคยทำเองซักครั้ง
ในคืนนั้น ไซโตะนอนกลางหลุยส์นอนขวาเชียสต้านอนซ้าย หลุยส์ปกติจะนอนซบอกกับไซโตะแต่คราวนี้เธออายและเธอยังเฝ้าจับตามองว่าถ้าไซโตะทำอะไรขึ้นมาเธอจะอัดให้น่วม แล้วหลุยส์ก็งีบไปพักนึงตื่นขึ้นมาเห็นเชียสต้านอนหนุนแขนไซโตะแล้วก็เริ่มกระเถิบมาที่ไหล่ หลุยส์ก็ไปซบไหล่ขวาบ้างและก็ถามเชียสต้าว่าตื่นอยู่ใช่มั๊ย เชียสถ้าทำเป็นหลับซบอกไซโตะและหลุยส์ก็สั่งให้ถอยไปแล้วทั้งคู่ก็เถียงกันซักพัก หลุยส์เริ่มไม่พบใจแล้วหลุยส์ก็จูบไซโตะอย่างเร่าร้อนและก็บอกว่าหมอนี่เป็นของชั้นไม่ใช่ความรักหรอกแต่เป็นเหมือนสิ่งของสำหรับเธอมากกว่า แล้วเชียสต้าก็จับมือไซโตะเข้าไปจับหน้าอกในชุดนอนของเธอแล้วทั้งคู่ก็เถียงกันต่ออีก แล้วเชียสต้าก็บอกว่าถ้าในงานเลี้ยงสเลปนีลที่จะจัดขึ้นนี้ไซโตะหาตัวหลุยส์พบเธอก็จะยอมรามือแต่ถ้าหาไม่พบก็ต้องกลับกัน
 
ขบวนเสด็จของราชินีเอนริเอตต้ากำลังเสด็จกลับเข้าทริสเทนซึ่งตอนนี้บ้านเมืองก็เริ่มฟื้นฟูกลับมาคงสภาพเดิมแล้ว โดยมีหน่วยองดิเน่ซึ่งนำโดยไซโตะและกีซเป็นผู้นำทัพอารักขาและก็มีเสียงประชาชนสรรเสริญไปตลอดทาง ทีแรกประชาชนก็นึกสงสัยว่าทำไมคนธรรมดาอย่างไซโตะถึงได้ไปอยู่ตรงนั้นได้แต่เมื่อสการอนที่อยู่ในหมู่ฝูงชนตะโกนบอกว่าไซโตะคือผู้ที่หยุดทหาร 7 หมื่นคนได้ทำให้ประชาชนรู้สึกทึ่งถึงฝีมือของไซโตะและก็ตระหนักว่าแต่เดิมอานิเอสก็เป็นคนสามัญเช่นกันยังได้เลื่อนขั้นไปเคียงข้างราชินีได้ แล้วประชาชนก็หันมาสรรเสริญไซโตะอีกคน เมื่อเอนริเอตต้ามาถึงวังบ่าวใช้ก็บอกว่าหลุยส์มาหาและหลุยส์ก็ต้องตกใจว่าเอนริเอตต้าขายข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวไปหมดรวมทั้งแหวนทับทิมวายุไปด้วยและก็ต่อว่าเอนริเอตต้าเพราะแหวนวงนี้ทำให้หลุยส์สามารถอ่านคาถาในหนังสือของบริมิลได้ ทำให้เอนริเอตต้ารู้ว่ายังมีคนอื่นที่ใช้คาถาสายเซโร่ได้อีกนอกจากหลุยส์ เอนริเอตต้าจึงเรียกเสนาธิการคลังมาถามถึงแหวนวงนี้ซึ่งปรากฏว่ายังไม่ถูกขายไปและเอนริเอตต้าก็มอบให้หลุยส์ไป และหลุยส์ก็ลากลับแล้วเอนริเอตต้าก็มองแหวนและบอกกับตัวเองว่าเวลส์เคยสั่งให้ตัวเองไปรักคนอื่นแทนเขาแต่เอนริเอตต้าก็บอกว่าจะไม่รักใครอีกแล้วแต่ตอนนี้เธอกลับมารู้สึกว่า กำลังมีความรักอยู่ แล้วบ่าวใช้ก็เข้ามาบอกว่าวันอาทิตย์นี้มีฑูตของโรมาเรียมาเชิญร่วมเสวยอาหารและในอีกวันถัดมาก็เป็นวันที่จะมีจัดงานเต้นรำสเลปนีลขึ้น
บนน่านฟ้าของทริสเทนกองทหารนักรบมังกรก็บินตรวจตราอยู่โดยรูเน่ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยและเขาก็ได้เหลือบไปเห็นกับเงาของสัตว์ยักษ์มีปีกกว้าเกินกว่าร้อยเมตรอยู่ข้างบน ซึ่งรูเนก็สั่งให้มังกรพาเขาบินไปตรวจดูแต่มังกรของเขาก็ไม่ฟังคำสั่งเนื่องจากเกรงกลัวในสิ่งที่เห็น
เที่ยงของวันถัดมากีซเล่าให้ไซโตะฟังว่างานเต้นรำสเลปนีลจัดขึ้นเพื่อต้อนรับเด็กนักเรียนใหม่ซึ่งก็เป็นโอกาสดีที่จะได้จีบสาวอีกด้วยและก็อธิบายว่างานเต้นรำสเลปนีลซึ่งเป็นงานที่ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องปลอมตัว การปลอมตัวในที่นี้ไม่ใช่ใส่หน้ากากแต่เป็นการใช้เวทมนต์เพื่อเปลี่ยนร่างให้กลายเป็นคนอื่นโดยการใช้กระจกแห่งความจริงซึ่งจะช่วยแปลงร่างให้กลายเป็นคนที่ตัวเองนั้นแอบปลื้มมากที่สุดนั่นเอง แล้วไซโตะก็ได้ยินเสียงคนคุยกันเรื่องนกประหลาดตัวมหึมาที่บินอยู่เหนือน่านฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ไซโตะเกิดคาใจอย่างมากว่าจะเป็นพวกศัตรูหรือไม่ และกีซก็อยากให้กองพันองดิเน่เข้มแข็งยิ่งขึ้นจึงไปที่ห้องสมุดเพื่อที่จะชวนทาบิธาเข้ากลุ่มอีกคน เมื่อไปถึงไซโตะก็เป็นคนที่เข้าไปเล่าถึงเรื่องกองพันองดิเน่ของเขาและเชิญชวนทาบิธาเข้ากลุ่มแต่เธอก็ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเธอเป็นคนของกาเรียและก็ไม่อยากเล่นบทเป็นอัศวิน เมื่อทาบิธากลับมาถึงห้องเธอก็พบกับขวดแก้วซึ่งมีสารลับส่งมาโดยอีกาส่งสาร เมื่ออ่านมันแล้วทาบิธาจึงมุ่งไปยังทริสเทนพร้อมกับซิลฟรีทและเธอก็เข้าไปที่ร้านเหล้าซึ่งอึกทึกในยามค่ำคืนผู้ที่รอพบเธอในนั้นก็คือมิสเชฟฟิลด์และเธอก็บอกกับทาบิธาว่าทริสเทนเป็นสถานที่แห่งภารกิจในรอบนี้ซึ่งนายของเธอและทาบิธาได้กำหนดมา ซึ่งงานก็คือทาบิธาต้องเป็นคนกำจัดหน่วยอารักขาแล้วมิสเชฟฟิลด์จะเข้าไปขโมยมังกรออกมาซึ่งหากทำได้สำเร็จทาบิธาก็จะได้รับยาที่จะช่วยรักษาแม่ของเธอให้หายได้ ทาบิธาต้องตกใจเมื่อได้เห็นรายชื่อของหน่วยอารักขาที่มิสเชฟฟิลด์ส่งให้ดูเพราะเป็นคนที่เธอก็รู้จัก
 
ล้วก็ถึงวันงานเต้นรำสเลปนีล กีซและมาลิคอลเน่กำลังคุยเรื่องว่าพวกเขาจะแปลงกายเป็นใครดีในวันนี้ส่วนไซโตะก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไร แล้วก็กลับมาที่ห้องซึ่งก็เจอกับเชียสต้าซึ่งเธอก็บอกว่าจะไปร่วมงานด้วยและก็บอกอีกว่าตอนนี้เธอกำลังอ่านหนังสือเรื่องนึงซึ่งเกี่ยวกับสาวใช้ที่โดนเจ้านายบังคับให้ทำเรื่องไม่สมควรต่างๆนานาแล้วเธอก็หน้าแดงบอกกับไซโตะว่าถ้าเกิดโดนให้ทำแบบในหนังสือก็คงไม่ดีแต่ถ้าเป็นไซโตะล่ะก็ย่อมได้ แล้วก็ชวนให้ไซโตะมาเล่นตามบทในหนังสือด้วยกัน เชียสต้าเริ่มจากทำเป็นเหมือนสาวใช้ทำแก้วแตกแล้วก็บอกให้ไซโตะที่เล่นบทเป็นเจ้านายต่อว่าเธอ แล้วเชียสต้าก็เอนตัวลงนอนแย้มกระโปรงออกนิดหน่อยแล้วก็ให้ไซโตะลงโทษเธอ แล้วไซโตะก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่เพราะคำพูดเย้ายวนของเชียสต้าเขาจึงเริ่มเล่นตามบทแล้วก็เดินไปหยิบแส้ม้าของหลุยส์บนตู้มาและก็ประจวบเหมาะที่หลุยส์เข้ามาพอดีเธอจึงเดินเข้าไปเตะผ่าหมากไซโตะแล้วก็สั่งให้ทั้งคู่เลิกทำเรื่องบ้าๆได้แล้ว และก็บอกให้ไซโตะเข้าร่วมงานคืนนี้และหลุยส์ก็หน้าแดงบอกไซโตะว่าแล้วเธอจะให้สานต่อเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนที่อยู่ที่อัลบิออน เชียสต้าตำหนิหลุยส์ว่าจะใช้วิธีนั่นอ่อยเหยื่อรึเปล่าจนหลุยส์โกรธออกนอกห้องไป
 
เมื่อถึงตอนเย็นครูเชฟรูธก็นำกระจกแห่งความจริงออกมาและให้นักเรียนยืนต่อแถวเพื่อที่จะแปลงโฉม เมื่อถึงตาของหลุยส์ เมื่อเธอเข้าไปในกรอบที่มีผ้าคลุมกั้นและในนั้นก็มีกระจกเปล่งแสงออกมาและเมื่อแสงหายไปหลุยส์ก็ไม่อยู่แล้วเธอได้กลายเป็นคาโทเรียแทน
ในห้องโถงเต็มไปด้วยผู้กล้าในตำนาน ผู้มีชื่อเสียง คนดังในวัง และก็มีเอนริเอตต้าอีกหลายคนในนี้ด้วยทำให้หลุยส์อดขำไม่ได้ ซึ่งในงานนี้หากใครอยากเต้นรำกับใครแล้วล่ะก็จำเป็นต้องบอกให้อีกฝ่ายรู้ก่อนว่าจะแปลงเป็นใครเพราะไม่งั้นจะหาตัวไม่เจอ หลุยส์เต็มไปด้วยความหวังว่าไซโตะจะหาตัวเธอพบ แล้วออสมอนด์ก็กล่าวเปิดงานบอกว่างานนี้จัดเพื่อกระชับความสัมพันธ์และเพื่อไม่ให้ต้องคำนึงถึงเรื่องเกียรติยศฐาบรรดาศักดิ์ใดๆเมื่อทุกคนต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครจึงถือว่าเท่าเทียมกันแล้วแล้วก็ยังบอกอีกว่าวันนี้เอนริเอตต้ามาร่วมงานด้วยทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง ไซโตะไปถึงงานเมื่อใกล้เลิกแล้วโดยเขาไม่ได้เอะใจเรื่องกระจกแปลงกายเพราะไม่รู้นั่นเอง และก็เดินเข้าไปในงานพร้อมมองหาหลุยส์ และแล้วเขากพบหลุยส์ยืนพึงผนังอยู่ไซโตะวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจเรื่องที่ได้สัญญากันไว้แต่หลุยส์ก็หน้าแดงและก็ไม่รู้เรื่องสัญญาที่ว่า ไซโตะพยายามคะยั้ยคะยอเรื่องสัญญาแต่หลุยส์ก็ไม่รู้อะไรอีกทำให้เขาต้องฉุดหลุยส์ไปที่ระเบียงแล้วก็ต่อว่าทำไมหลุยส์ถึงได้ลืมหากไม่ขอโทษเขาก็จะลงมือที่นี่เลย แล้วไซโตะก็จูบปากหลุยส์แต่ไซโตะตกประหลาดใจว่าในวันนี้หลุยส์ไม่ขัดขืนและมีท่าทางที่อยากได้ความรักจากไซโตะมากและไซโตะก็ตอบสนองเธอไป
และในช่วงนั้นที่ทหารยามได้เห็นผู้หญิงสวมผ้าคลุมปรากฏออกมาและเหล่าทหารยามก็ถูกกระจกนิทราของผู้หญิงคนนั้นทำให้หลับไป เธอผู้นี้คือมิสเชฟฟิลด์นั่นเอง
ไซโตะยังคงจูบหลุยส์อย่างเคลิบเคล้มแต่เขาต้องตกใจเมื่อมือไปจับโดนหน้าอกแล้วพบว่าใหญ่ผิดปกติ เมื่อเขามองดูอีกทีกลายเป็นว่าหลุยส์เมื่อตะกี้กลายเป็นเอนริเอตต้าไปแล้วและก็มีเสียงโวยวายออกมาจากห้องโถงว่าเวทมนต์คลายแล้วทั้งที่งานเต้นรำยังไม่จบเลย เอนริเอตต้าจึงเล่าว่าเธออิจฉาหลายหลุยส์ที่เป็นคนกล้าหาญจึงได้แปลงเป็นหลุยส์และเธอยังบอกว่าวันนี้เธอมาหาไซโตะโดยเฉพาะเพราะเธอคิดไซโตะและเรื่องที่เคยเกิดขึ้นที่โรงเตี๊ยมโทรมๆ และก็ขอให้ไซโตะอยู่กับเธอสักชั่วโมงและเอนริเอตต้าก็ทำหน้าอ้อนวอนน้ำตาซึมและทั้งคู่ก็กอดจูบกันและไซโตะก็เหลือบไปเห็นหลุยส์ที่หลืบผ้าม่านจึงต้องรีบผละจากเอนริเอตต้า หลุยส์ยืนมองตัวสั่นและร่ำไห้วิ่งหนีไป ไซโตะต้องรีบตามไปทันที
หลุยส์สับสนอยู่ในใจคิดว่าทั้งคู่หลอกเธอมานานและก็คิดว่าเอนริเอตต้ามอบตำแหน่งให้ไซโตะเพื่อจะได้มีความสัมพันธ์ต่อกันและทั้งคู่คงรักกันมานานและเธอก็ยังรู้สึกเหมือนถูกทั้งคู่หักหลัง เธอจึงรู้สึกไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้วและหลุยส์ก็ร่ำไห้วิ่งออกนอกโรงเรียนไป
ไซโตะยังคงวิ่งหาหลุยส์จนทั่วและก็ไปพบกับทาบิธาซึ่งไซโตะก็ถามว่าเจอหลุยส์รึไม่แต่เธอก็ไม่พูดอะไรและในระหว่างนั้นก็มีเงาขนาดใหญ่อยู่บนน่านฟ้าเมื่อไซโตะแหงนหน้าไปมองก็พบว่าสิ่งที่ลือกันนั้นไม่ใช่มังกรหรือนกแต่เป็นกากอยล์และทันใดนั้นทาบิธาก็เริ่มเปิดฉากโจมตีไซโตะ
หลุยส์กำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่ซึ่งห่างจากตัวโรงเรียนและก็ได้ยินเสียงแว่วออกมาบอกให้เธอแก้แค้นคนที่ทรยศเธอพอหลุยส์หันกลับไปมอง สิ่งที่ปรากฏออกมาก็คือกากอยล์ของมิสเชฟฟิลด์และและมิสเชฟฟิลด์ก็พูดชักชวนหลุยส์มาเข้าพวกกับตนผ่านทางกากอยล์ หลุยส์ที่สับสนในใจอยู่นั้นก็ตกลงและขึ้นหลังกากอยล์ไป
 
ไซโตะหลบศรน้ำแข็งของทาบิธาที่ระดมยิงใส่เขา ไซโตะพยายามถามเหตุผลแต่เธอก็ตอบว่ามันคือคำสั่ง ไซโตะได้แต่หลบหลีกเพราะไม่อยากสู้ด้วย และไซโตะยังต้องตกใจยิ่งขึ้นเมื่อเห็นกากอยล์ที่มีหลุยส์นั่งอยู่ข้างบนทำให้เขาจำเป็นต้องเอาจริงเมื่อหลุยส์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทาบิธาเสกหอกน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่ไซโตะ ไซโตะพุ่งตัวเข้าหาแล้วเอาเดลฟลิงเกอร์รับหอกน้ำแข็งแตกกระจายแต่ดอกแรกเป็นเพียงนกต่อให้ทาบิธาเสกอีก 2 ดอกตามมา ไซโตะพยายามสั่งให้ทาบิธาเลิกทำแบบนี้แต่เธอก็กลับปล่อยหอกนำแข็งใส่ ทำให้ไซโตะได้รับบาดเจ็บ ทาบิธาถามว่าทำไมถึงไม่โจมตีเธอก่อน ไซโตะบอกว่าไม่อยากทำให้ทาบิธาซึ่งเคยช่วยเหลือเขามาหลายครั้งเป็นอะไรเช่นกัน ทาบิธามีน้ำตาปริ่มออกมาและก็เสกเวทย์ Wind Break พัดไซโตะกระเด็นไป แล้วเธอก็เสกพายุหิมะแต่ไม่ใช่เพื่อเล่นงานไซโตะแต่ทาบิธากลับเสกเข้าใส่กากอยล์แทน กากอยล์ตกลงสู่พื้นและหลุยส์ก็ตกลงมาด้วย มิสเชฟฟิลด์จึงบอกว่าจะนำเรื่องที่ทาบิธาทรยศไปบอกนายให้รับรู้ แล้วกากอยล์อีกตัวซึ่งใหญ่กว่าตัวที่แล้วหลายเท่าก็ปรากฏออกมาแล้วนำตัวหลุยส์ไป ทาบิธาเรียกซิลฟรีทออกมาและให้ไซโตะขี่ไปด้วย
เมื่อตามไปก็ยังพบกับกากอยล์ขนาดเล็กอีก 10 ตัวทาบิธาเสกเวทย์โจมตีร่วงไปได้ตัวเดียวและในสภาพนี้ไซโตะทำอะไรไม่ได้เลยเพราะอยู่บนฟ้า แล้วซิลฟรีทก็ไล่ตามขึ้นไปบนฟ้าจนพบกับกากอยล์ยักษ์ที่มีปีกกว้างกว่าร้อยเมตร และยังมีกากอยล์ตัวเล็กอีก 7 ตัวตามมาทาบิธายังไม่ถอยที่จะไล่ตามทำให้ไซโตะรู้สึกเจ็บใจที่ตนทำอะไรไม่ได้และในใจก็นึกถึงว่าตนมีความพยายามเทียบกับอาจารย์คอลแบรต์ไม่ได้แม้แต่น้อย แต่เขาต้องตกใจเป็นที่สุดเมื่อทาบิธาบอกว่ากากอยล์ยักษ์ตัวนั้นคือพวกของเรา และไซโตะก็ได้ยินเสียงใบพัดเครื่องบินซึ่งก็คือคอลแบรต์นั่นเอง
แท้ที่จริงแล้วนั่นหากใช่กากอยล์หรือนกยักษ์ไม่แต่เป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ปีกกว้างกว่า 150 เมตรและมีใบพัดอยู่ข้างหลังปีก คอลแบรต์บอกว่าเขาตั้งใจจะโชว์ผลงานนี้ให้ทุกคนในโรงเรียนได้ตกใจแต่ก็กลับพลาดบินเข้าน่านฟ้าทริสทาเนียจึงต้องเบี่ยงกลับซึ่งเครื่องบินลำนี้เขาตั้งชื่อว่าออสแลน และยังมีคิลเก้นั่งมาด้วยอีกคน กากอยล์ถูกงูเพลิงซึ่งคอลแบรต์ตั้งชื่อให้ว่าเฮบิคุงซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีเวทย์ Detect Magic อยู่เมื่อปล่อยออกไปจะไล่ตามกากอยล์และระเบิดใส่เมื่อถึงระยะ รูนของไซโตะเรืองแสงและเขาก็เกาะไปกับเฮบิคุงตัวนึงเพื่อใช้ประโยชน์ให้เข้าใกล้กากอยล์ที่จับตัวหลุยส์อยู่และไซโตะก็กระโดดฟันกากอยล์ตัวนั้น ทั้งคู่ร่วงลงสู่พื้นหลุยส์พยายามสั่งให้ไซโตะปล่อยเธอซะเพราะตอนนี้เธอเกลียดไซโตะและเอนริเอตต้ามาก ไซโตะพยายามจะอธิบายแต่หลุยส์ไม่ฟังและพยายามจะสะบัดหนีจนไซโตะต้องกอดจูบหลุยส์เพื่อให้เธอสงบลงแล้วซิลฟรีทก็บินมารับทั้งคู่ก่อนที่จะตกลงไป
 

เช้าวันถัดมากลุ่มนักเรียนและอาจารย์กำลังมุงดูเครื่องบินออสแลนของคอลแบรต์ เขาอธิบายว่านี่เป็นเครื่องบินที่ใช้เครื่องจักรไอน้ำและเขาสร้างเพื่อใช้มันบินไปยังฝั่งตะวันออกโดยพึ่งพลังของศิลาวายุให้น้อยลงและเครื่องบินลำนี้สร้างด้วยเงินทุนของบ้านคิลเก้มันจึงเป็นสมบัติของเกลมาเนีย พวกกีซก็ดีใจที่เห็นอาจารย์ยังคงมีชีวิตอยู่ คิลเก้ก็เปิดตัวว่าตอนนี้อาจารย์คอลแบรต์คือแฟนใหม่ของเธอและเธอก็ตั้งชื่อเล่นให้คอลแบรต์ว่าแจน หลุยส์กำลังคุยกับเอนริเอตต้าอยู่ในห้องและหลุยส์ก็ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเต้นรำว่าเอนริเอตต้าจงใจทำลงไปรึเปล่า เอนริเอตต้าส่ายหัวและก็ถามต่อว่าถ้าจริงแล้วจะเป็นอย่างไรแต่หลุยส์ก็บอกว่าจะไม่ฝืนความรู้สึกที่แท้จริงของเอนริเอตต้า แล้วหลุยส์ก็เข้าไปตบเอนริเอตต้าสองครั้งเสร็จก็คุกเข่าขอโทษเรื่องที่ทำลงไป แล้วก็บอกว่าไซโตะเป็นอสูรรับใช้ของเธอถ้าเกิดจะทำอะไรกับเขาก็ต้องเตรียมใจเอาไว้ด้วยต่อจากนี้เธอจะไม่อ่อนข้อให้แล้ว และเอนริเอตต้าก็ก้มลงกอดหลุยส์

ทาบิธากำลังอ่านจดหมายอยู่ในห้องซึ่งส่งมาโดยกษัตรแห่งกาเรียซึ่งเธอก็รู้ดีถึงสิ่งที่เธอทำลงไปว่าเธอต้องเจอกับอะไรบ้างแต่เธอก็ไม่คิดเสียใจฉีกจดหมายทิ้งและในใจก็คิดจะพาแม่กลับมาด้วยตัวเธอเอง แล้วเธอก็เรียกซิลฟรีทเพื่อมุ่งไปยังกาเรีย

ไซโตะกำลังตื้นตันที่คอลแบรต์ยังไม่ตายและก็พยายามคิดถึงว่าจะคุยอะไรกับเขาดี คอลแบรต์บอกว่าเขายังตายไม่ได้เพราะเคยขอให้ไซโตะพาเขาไปดูโลกที่ไซโตะอาศัยอยู่ ไซโตะก็ดีใจจนร้องไห้
หลุยส์ที่กำลังเดินมาหน้าประตูโรงเรียนก็เห็นเครื่องบินที่มีสัญลักษณ์ของตระกูล Zerbst แล้วก็เหลือบไปเห็นไซโตะเธอยังคงโกรธไซโตะหลายๆเรื่องและก็พะวงว่าไซโตตอนนี้กำลังเป็นจุดสนใจแม้กระทั่งเจ้าหญิงก็ยังสนใจเขา แล้วหลุยส์ก็วิ่งตรงไปหาไซโตะโดยตั้งใจจะซัดให้หายโกรธซะเลย

จบเล่ม 9



Yuki-Kung
View full profile

Free chat widget @ ShoutMix