Category :

บันทึก Japan Trip 2007 Part II

ย้อนกลับไปอ่าน Part I >>

วันที่ 6 16/8/077
 
วันนี้ทีแรกจะมีนัดไปโยโกฮาม่ากันครับ โดยไปกับพวกท่านๆพี่ๆปล่อยคิระคุงนั่งเล่น Super Robot ที่หอไป จองตั๋วรถไปกันเที่ยว 8.20 ด้วยความมั่นใจว่าตื่นทันแน่นอน ถ้าจะมาถึงเวลานี้ต้องออกจากหอประมาณ 7 โมงครับ แต่ผมดันตื่นสายแฮะเมื่อวานนั่งดู Darker than Black ซะตี 2 ถึงจะฉาย อนิเมที่ญี่ปุ่นมันต้องมาหลังเที่ยงคืนซะทุกทีเลยสิ เลยกลายเป็นคนที่ตื่นช้าสุดจนพี่แกก็คงพยายามจะปลุกผมให้ตื่น ได้ออกมาถึงชิบุย่าก็ 8 โมงแล้วก็เลยเป็นอันตกลงว่าล้มเลิกเที่ยวนี่เถอะไปหาไรกินก่อนแล้วค่อยไปจองรอบใหม่แต่ไม่รู้จะได้ไหมเนี่ยเล่นจองเช้าวันจะไป แล้วก็เข้าไปดูรอบรถไฟกันและก็เต็มตามคาดจริงๆเลยสับสนอยู่นานว่าจะไปไหนดี เกียวโต โอซาก้า ไรก็ว่าไป ส่วนใหญ่มีแต่รอบที่นั่งเต็มอาจจะต้องยืนบนชินคันเซ็นจนถึงที่หมาย แต่ท่านพี่ๆยังคงมุ่งมั่นที่จะไปก็เลยแลกตั๋วรอบ 12.20 มาก่อน แล้วก็ไปฮาราจูกุกัน

ภาพย่านฮาราจูกุ

มาถึงก็แวะร้านหนังสือ เกม การ์ตูนมือสองกันก่อนเลย ราคาสินค้ามือสองที่นี่ถูกมากๆเกม PS แผ่นนึงตกประมาณร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง พวก DVD ก็ขายไม่แพงแต่ก็ไม่รู้จะซื้ออะไรและก็ชักจะขี้เกียจนั่งรถไกลๆละก็เลยขอแยกตัวจากท่านพี่ๆไปเดินเล่นคนเดียว ที่แรกที่ไปก็อยู่ติดๆกับฮาราจูกุครับคือศาลเจ้าเมจิ เคยไปมาแล้วเหมือนกันจำได้ว่าเดินขาลากเลยแต่ทิวทัศน์ที่นี่สวยมาก อากาศก็ยังร้อนแรงไม่เปลี่ยน เดินดูวิวเพลินดีครับกับระยะทางกว่าจะถึงตัวศาลเจ้าก็เล่นเอาเหนื่อยทีเดียว และก็ได้ของฝากมานิดหน่อยเป็นเครื่องรางขอให้เดินทางโดยปลอดภัย

ภาพทางเข้าศาลเจ้าเมจิ

ภาพถังเหล้าที่ตั้งอยู่แนวทางเดินก่อนถึงศาลเจ้าครับ

ภาพประตูหน้าศาลเจ้าเมจิ

ภาพภายในบริเวณศาลเจ้าเมจิ

แล้วก็ไปต่อที่อิเคบุคุโระเพราะต้องมาหาเสื้อที่มีคนฝากซื้อ แบบเสื้อที่เอามาให้ดูก็แนวเหลือเกินสไตล์พังค์ติดโซ่ซะด้วยจะหาเจอมั๊ยเนี่ย แต่สุดท้ายก็เจอจนได้เป็นร้านสไตล์แนวๆหน่อย และก็มาได้ของฝากอีกอย่างที่ร้าน Sanrio

ภาพร้าน Sanrio ในย่านอิเคบุคุโระ

เสร็จกิจที่ย่านนี้ซะที มาญี่ปุ่นนี่ต้องอาศัยการเดินเป็นหลักจริงๆครับเลยไม่แปลกที่เห็นสาวๆขาล่ำเป็นขาโต๊ะสนุ้กกันเยอะแยะเพราะอย่างนี้น่ะเอง ใครขาสวยๆนี่นุ่งสั้นให้เห็นเรียวขาบางๆกันส่วนใหญ่ อืม...น่ามอง ต่อไปก็ไปที่อุเอโนะครับที่ไปมาวันก่อนยังไม่ได้เข้าไปเดินเล่นในสวนสาธารณะเลย

ภาพหน้าสถานีอุเอโนะ

เป็นจตุรัสในสวนอุเอโนะครับจะมีคนชอบมาเล่นดนตรีขอเงินบริจาค

ภาพซุ้มประตูทางเข้าศาลเจ้าในสวนอุเอโนะ

ชอบทางเดินตรงนี้มากเลยครับเหมือนได้อยู่ในสมัยญี่ปุ่นโบราณ

ภาพศาลเจ้าในสวนอุเอโนะ

ทางลงตอนเดินกลับแล้วครับ

แล้วก็มาเดินดูของต่อในตลาดใกล้สถานี ของในย่านนี้ไม่แพงเลยครับเทียบกับย่านอื่นก็ได้เสื้อมานิดหน่อยกับชาอีกสองกระป๋อง เหนื่อยได้ที่ละร้อนก็ร้อนขอไปเดินห้างตากแอร์หน่อยแล้วกัน ผมก็นั่งรถไฟกลับมาที่ชินจูกุครับ

ภาพหน้าสถานีชินจูกุ

ภาพย่านชินจูกุ

เดินได้แปปเดียวความล้าก็เริ่มจู่โจมจนขาชาไปหมดไม่ไหวแล้วกลับดีกว่า ต้องขอกลับไปชาร์จแรงลุยคอมมิคเกะในวันพรุ่งนี้แล้ว เป็นอันว่าวันนี้เดินเที่ยวแต่ในโตเกียว กลับมาถึงก็นัดแนะกับคิระคุงและท่านพี่ๆว่าจะกระจายกำลังกันไปสอยไอเทมทีบูธค่ายไหนกันและเนื่องจากประสบการณ์ในปีที่ผ่านๆมาคิระคุงจึงแนะนำให้ออกกันตั้งต่ 6 โมงเช้าเป็นดีที่สุด ส่วนของก็เอากลับหมดไม่ไหวปริมาตรเยอะและหนักเกินไปก็เลยจัดแจงส่ง EMS กลับบ้านไปประมาณ 5 กิโลครับเสียค่าใช้จ่ายไป 6500 เยนได้ และวันนี้ก็เข้านอนเร็วกว่าวันอื่นหน่อยเพื่อออมแรง
 

แพ้คไอเทมส่วนนึงส่งกลับบ้านท่านประธาน Aria นอนอืดอยู่ในกล่อง

 
วันที่ 7 17/8/07
 
วันนี้เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการมาญี่ปุ่น Comic Marketครั้งที่ 72 นั่นเองทุกคนเลยพร้อมกันตื่นเช้าจัดแจงทำธุระเรียบร้อย 6.30 ก็พร้อมออกจากหอ เดินออกมาขึ้นรถไฟไปสบทบกับพี่สาวอีกท่านที่มาร่วมสอยไอเทมด้วยกัน จนถึงสถานีที่จะขึ้นรถไฟไปโตเกียวบิ๊กไซด์นี่คนเริ่มเยอะแล้วครับเพราะไปงานคอมมิคเกะกันแน่ๆ รถไฟที่นั่งไปโตเกียวบิ๊กไซด์วิวสวยมากครับเห็นทิวทัศน์อ่าวโตเกียวได้ชัดเจน นั่งประมาณ 30 นาทีก็มาถึง เตรียมตัวอยู่แล้วว่าวันนี้ต้องทรหดมากๆคนก็เยอะอากาศก็ร้อน ออกมาที่หน้าสถานีก็ต้องตกใจกับคนจำนวนมหาศาลเห็นหางแวได้จากที่ไกลๆเลยครับ มีเจ้าหน้าที่มาคอยจัดคนเข้างานเป็นสองกลุ่มอยู่ทางออกสถานีคือเขาจะแบ่งให้กลุ่มผู้มาชมงานและกลุ่มเซอร์เคิลเข้าคนละทางเพื่อความเป็นระเบียบ

ภาพตอนออกจากสถานีเห็นปลายแถวยาวเหยียด

งานเปิดให้เข้าได้ 10 โมงตรงพวกผมมาถึงประมาณเกือบ 8 โมงปรากฏว่าหางแถวยาวเป็นกิโล โอ้ พระเจ้า อากาศก็เริ่มร้อนแล้วด้วยครับ วันนี้จะไหวไหมเนี่ย พวกผมก็เดินตามเขาไปหางแถวเรื่อยๆระหว่างทางก็ซื้อน้ำตุนกันก่อน รู้สึกว่ามาญี่ปุ่นเที่ยวนี้เสียค่าน้ำเป็นพันทีเดียวแฮะ หางแถวยาวจนเกือบถึงสะพานเลยครับ

เดินไปต่อหางแถวที่ไม่รู้อยู่ตรงไหน

ตรงไปก็เจอแต่ คน คน คน คน

ตึกนี่แหละคือจุดหมายดูแถวคนที่รอข้างบนสิครับ

ถึงหางแถวแล้วไม่รู้ว่าห่างตัวตึกกี่กิโลเล่นมองไม่เห็นเลย

แล้วก็มาต่อที่หางแถวกันจนได้พร้อมกับเตรียมใจว่าต้องทนตากแดดอีกเกือบ 2 ชั่วโมง มองไปรอบข้างแต่ละคนก็จะเตรียมขวดน้ำและผ้าขนหนูซับเหงื่อมาครับ ซื้อโค้กเย็นมาแปปเดียวกลายเป็นโค้กอุ่นซะแล้ว ระหว่างรอก็พยายามทำใจ รู้สึกว่าครั้งสุดท้ายที่เคยผจญความร้อนกลางแจ้งแบบนี้จะเมื่อตอนเรียนลูกเสือมั๊ง รอจนเหงื่อท่วมจนถึงเวลาประมาณ 9.45 ก็มีการเคลื่อนแถวแล้วครับ ดีใจและภาวนาให้ถึงตัวตึกเร็วๆ

แถวเริ่มเคลื่อนละ เย้เย้

หางแถวถัดจากตรงที่ผมยืนอยู่

มาหยุดรออีกแล้ว โอ๊ยร้อน

เดินมาได้พอสมควรครับ ที่นี่เขาจัดคนเก่งมากเห็นแถวยาวๆแบบนี้ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ระบายเข้าบริเวณตึกได้หมดครับ ไอ้ตรงมาหยุดรอจุดที่สองนี่เล่นเอาแทบบ้าร้อนแบบสุดๆต้องปาดเหงื่อกันแทบตาย ภาวนาให้แถวขยับไวๆ ตรงนี้รอเกือบครึ่งชั่วโมงแนะ

เห็นตัวตึกโตเกียวบิ๊กไซด์แล้ว

อดทนเข้าไว้มันอยู่ตรงหน้าแล้ว

จะถึงทางขึ้นแล้วครับ

ได้ขึ้นบันได้แล้วครับ

มาถึงข้างบนเริ่มมีลมพัดให้ชื่นใจได้บ้าง

เดินตามแถวเพื่อเข้าซุ้มไปต่อคิวซื้อของ

ทางเข้าแรกเพื่อไปซื้อโดจินครับ

หนทางเรายังอีกยาวไกล

วันนี้ตั้งใจจะมาซื้อสินค้าจากค่ายเกมครับ จุดที่ขายจะอยู่ในตัวฮอลต้องเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ข้างบนมีเจ้าหน้าคอยถือป้ายชื่อค่ายกำกับอยู่เพื่อให้เราสามารถเข้าแถวได้ถูกที่ วันนี้ดูท่าจะต่อคิวอย่างต่ำซุ้มละชั่วโมงครับ

แถวคนต่อคิวยาวออกมานอกฮอลเป็นร้อยเมตร

เลยกะว่าจะเข้าไปเดินดูข้างในรวมๆก่อนตากแอร์ชาร์จพลังไปในตัว แต่พอเข้ามาในฮอลมันก็ยักจะเย็นขึ้นมาเลย คนเยอะจนแอร์เจ๊งแล้วมั๊งเนี่ยเฮ้อ

ภาพทางเข้าฮอลครับ

ป้ายซุ้มแรกแถวจุดประตูทางเข้า

ซุ้มค่าย Wind Mill

ซุ้มค่าย Navel

ซุ้มค่าย August

ซุ้มค่าย Circus

ซุ้มค่าย Alcot

ตัดสินใจเข้าคิวรอค่าย August เป็นที่แรกเพื่อซื้อ Natsu Comic Set หางแถวออกมาอยู่นอกตัวฮอลไกลทีเดียวครับ เตรียมใจว่ากลับไปเกรียมแหงๆ

หางแถวครับเดินออกมาประมาณร้อยกว่าเมตร

อันนี้ฝั่งซื้อโดจินที่อยู่อีกฟากนี่ก็ไม่แพ้กัน

ซุ้มแรกเร็วเหลือเชื่อต่อคิวประมาณครึ่งชั่วโมงก็ซื้อกลับมาได้ 2 ชุดราคาชุดละ 3000 เยน ชักเริ่มมีกำลังใจ ซุ้มต่อไปไม่มีพลาดแน่นอนคือ Navel ไอเทมที่ผมกับเพื่อนจะซื้อก็มี แผ่นรองเม้าท์คาเอเดะกับปลอกหมอนข้างลายเชียและคิเคียว แถวค่ายนี่ไม่แพ้ความดังมันช่างยาวไกลจริงๆ ซื้อน้ำเตรียมไว้เพิ่ม จุดขายน้ำมีที่เดียวครับและมีคนต่อแถวยาวน้ำก็แช่เย็นไม่ทันนี่เป็นครั้งแรกที่ซื้อน้ำเกลือแร่ทานเพราะเสียเหงื่อแบบไม่ไหวแล้ว Navel นี่เล่นต่อคิวชั่วโมงกว่าได้ครับกว่าจะถึงหน้าซุ้มเขาจะให้ใบมากรอกว่าจะเอาอะไรบ้างจ่ายเท่าไรเขาต้องทอนเท่าไรเพื่อความรวดเร็ว เข้าไปแปปๆก็ซื้อเสร็จละ ผมจ่ายพอดีเขาไม่ต้องทอนจะมีสติ๊กเกอร์จาก Tick Tack และการ์ดเกมใบนึงแถมมาด้วย >< ได้ของสมใจแล้วอย่างต่อไปผมไปต่อ Wind Mill เพื่อจะเอา Natsu Comic Set เพราะชอบเรื่อง Happiness อันนี้แถวยาวไม่แพ้กันอีกแล้วตอนมาต่อเจ้าหน้าที่ออกมาบอกว่าของเริ่มเหลือน้อยแล้วนะ แต่เอาไงก็เอาฟะ รอบนี้นานมากครับชั่วโมงครึ่งแล้วก็ยังไม่ถึงทางเข้าร้อนจนแทบบ้าแล้วน้ำก็หมดไป 2 ขวด ผมไม่ได้เอาผ้าเช็ดหน้มาซับเหงื่อด้วยร้อนแสบต้นคอไปหมด ควานในกระเป๋าเจอซองผ้าเย็นจากร้าน@Home เมดค่าเฟ่เมื่อวานซึ่งเก็บมาเป็นที่ระลึกแต่ก็ต้องกัดฟัดแกะออกมาใช้ซับเหงื่อพลางไปก่อนผืนเล็กนิดเดียวแต่ก็พอช่วยได้บ้างจะไม่ไหวแล้วนะเฟร้ย แล้วเจ้าหน้าที่ก็ออกมาเตือนว่าของจะหมดแล้วนะถึงรอต่อไปก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ได้ของติดมือกลับ ด้วยความอดทนมานานก็เลยไม่มีใครแตกแถวเลยซักคน รอไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมงครับอยู่หน้าทางเข้าแล้วเห็นเจ้าหน้าที่เดินออกมานับคนแล้วก็บอกว่าของหมดแล้วเหลือแค่ที่นับไว้ โอ้ พระเจ้า ผมอยู่ห่างคนสุดท้ายที่ได้ 25 คิวมั๊ง นี่ถ้าไม่ไปซื้อน้ำก็อาจทันแต่ก็เสี่ยงแห้งตายเหมือนกัน T_T เศร้าสุดๆ ตอนนี้ก็ประมาณเกือบบ่ายสองแล้วครับ เดินมาหาเพื่อนแล้วก็บอกว่ากลับกันเถอะไม่ไหวแล้ว ของก็หมดจะไม่เหลืออยู่แล้ว เพื่อนผมจะมาวันที่เหลืออีกส่วนผมคงไม่มาละ สรุปมาวันนี้ได้ของคนละอย่างสองอย่างแถวที่ยาวและต้องใช้ความอดทนที่สุดคือสินคาจาก นาโนฮะ ครับแค่เห็นก็หยองละ

ทางเดินกลับเจอนักคอสเพลย์เป็นระยะ

คนก็ยังทยอยมาไม่ขาดสาย

ยังไม่จบครับเดินออกมาถึงสถานีรถไฟก็น่าใจหายคนรอต่อคิวขึ้นรถไฟเยอะมาก ขนาดเขาต้องจัดที่ขายตั๋วชั่วคราวแล้วตูจะได้กลับไหมเนีย - - ยังดีครับที่คิระคุงผู้ชำนาญทางพาไปขึ้นอีกสถานีที่อยู่ใกล้กันซึ่งคนน้อยกว่าแต่รถไฟอ้อมนิดหน่อย ซึ่งดีกว่ารอต่ออันนี้แน่นอนเดินไปถึงอีกสถานีคนรอไม่มากเท่าไรแต่รถไฟก็แน่นใช้ได้ทีเดียวครับ และระหว่างคุยๆกันใรถไฟก็มีน้องคนนึงทักขึ้นมาซึ่งน้องเขาก็เป็นคนไทยเหมือนกันครับมาเรียนที่ภาษาญี่ปุ่นได้เกือบๆปี ซึ่งผมก็นึกในใจว่าจะใช่น้องคนนึงที่แอด MSN มาคุยเรื่อง Zero no Tsukaima ด้วยใช่รึเปล่าเนี่ยเห็นว่าคนนั้นก็มาเรียนอยู่ที่นี่เหมือนกันจู่น้องเค้าก็เอ่ยว่า "ใช่พี่ยูกิรึเปล่าเนี่ย" โอ้ โลกมันช่างกลมจริงๆก็เลยคุยกันต่ออีกนิด แล้วก็แยกกันที่สถานีปลายทางครับ เดินถือถุง Navel สีส้มแปร๊ดกันอยู่สองคน...แนวทีเดียว มีได้ยินคนญี่ปุ่นแอบชมว่าถุงน่ารักจัง 555 กลับมาถึงหอก็เกือบ 5 โมงได้ตอนอาบน้ำนี่เหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลย ขาก็เมื่อย หิวก็หิว ทรหดมากครับทริปนี้พักกันถึงเย็นๆก็ออกไปหาอะไรกินที่ชิบุย่าก่อนกลับมาที่หอแล้วก็ร้องคาราโอเกะอีกประมาณชั่วโมง สำหรับผมทริปญี่ปุ่นรอบนี้ก็คงจบแล้วล่ะครับเครื่องบินจะออกประมาณห้าโมงวันพรุ่งนี้ ท่านพี่ๆก็ไม่ลดความพยายามจะไปสอยไอเทมกันต่อที่คอมมิคเกะถึงตอนบ่ายแต่ผมขอผ่านล่ะ โดจินที่อยากได้ไว้ค่อยฝากซื้อแล้วกัน แล้วก็จัดของเตรียมกลับครับ พร้อมกับเอาไอเทมที่แต่ละคนได้มามาอวดกัน

ของที่ผมและเพื่อนซื้อมาได้ในวันเดียว

อันนี้ปลอกหมอนข้างลายเชียและคิเคียว

จัดของเสร็จสรรพก็เข้านอนแล้วครับ
 
วันที่ 8 18/8/077
 
วันนี้ตื่นมา 10 โมงได้ ท่านพี่ๆและคิระคุงเตรียมตัวไปลุยงานคอมมิคเกะต่อ ส่วนผมก็จะแยกไปซื้อของฝากและกลับแล้ว อำลากันเสร็จก็นั่งเล่นเน็ตต่อถึง 10.30 ก็ได้เวลาเข็นกระเป๋าออกจากหอ ห้องที่พักนี่อยู่ชั้น 3 ครับ สัมภาระตอนนี้มี กระเป๋าเดินทางใหญ่หนัก 17 กิโล เป้ใบใหญ่หนัก 3 กิโลกับเป้ใบเล็กหนักไม่ถึงกิโล ต้องยกลงมาจากชั้น 3 เพราะไม่มีลิฟท์ โอย...หนัก ลงจากหอก็โบกแทกซี่เพื่อไปขึ้นรถลิมูซีนที่สถานีทามะพลาซ่าระยะทางใกล้นิดเดียวใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เสียค่ารถไป 820 เยนแล้วครับ เดินเล่นแถวๆนั้นเพื่อเก็บภาพบรรยากาศสุดท้ายก่อนกลับบ้านแล้วรถก็มาตอน 11.20 นั่งไปถึงนาริตะก็ 13.30 เข็นกระเป๋าไปเช็คอินรับตั๋วเครื่องบินเสร็จก็เดินเข้าห้างซื้อขนมกลับไปฝากเพื่อนๆและก็หาอะไรทางครับ มื้อสุดท้ายเป็นข้าวหน้าปลาไหลราคาประมาณพันกว่าแยนแต่ให้ตายสิรสชาติไม่ได้เรื่องเลยที่ฟูจิอร่อยกว่าเป็นไหนๆ - -มีเวลาให้ซื้อขนมกับเดินเล่นอยู่นานทีเดียว ที่เหลือก็นั่งอ่านนิยาย Tsuyokiss รอเวลาขึ้นเครื่อง 16.50 น. ครับ กลับถึงกรุงเทพก็ประมาณสามทุ่มกว่า ไม่วายกระเป๋ามาช้าอีกกว่าจะถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน ของที่ส่งก็มาพอดี เป็นอันจบทริปญี่ปุ่นในครั้งนี้ครับ คราวหน้าไม่รู้เมื่อไหร่แต่ถ้ามาคอมมิคเกะอีกก็ไม่มาหน้าร้อนอีกแล้วนะ...
 
จบการรายงาน

Comment

Comment:

Tweet



บรรยากาศ ตอนเช้านี้โล่งไม่มีคน ถ่ายภาพออกมาเหมือนเมืองร้างเลยน่ะครับ ปกติจะเห้นภาพคนอย่างกะหนอน ที่ชิบูย่า cry

#9 By OpelwaR ベリーズ工房 on 2009-09-14 15:05

อิจฉาพี่โบ๊ตจัง
ได้ไปซื้อของตั้งเยอะแยะถึงแดนปลาดิบ

#8 By Black_Goat (124.157.222.147) on 2009-07-16 13:55

โอ้ว พระเจ้าจอร์ด คนเยอะมาก

#7 By zero (117.47.231.101) on 2009-04-09 19:19

อู๊ว อูยยยย แค่อ่านยังตื่นเต้นไปด้วยเลย ขอรับ
-
แถวมันอะไรจะขนาดนี้ คนโคตรๆๆ เยอะอ่า แต่ คุณยูกิ บอกแถวขยับเร็ว แต่ผมเห็นคน แล้วมัน....

-
ซื้อทุกอย่างต้องต่อคิว หมดเลยหรือเนี่ย พลังชีวิตหดหาย

เหอๆ แล้วที่ได้เจอ คนไทย ที่นู่นคือ คุณ Roro เองเหรอเนี่ย ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เลยนะเนี่ย

-
ขอบคุณทัวร์ทริป นี้ ที่เอามาเล่าสู่ให้กันได้ฟัง นะขอรับ

#6 By PQza (58.9.111.182) on 2007-09-04 22:18

ขอบคุณสำหรับรีพอร์ทจ้า เป็นทริปที่เหนื่อยเกินคาดหมายแต่ก็สนุกมากมาย ขอบคุณมากสำหรับnatsu komi set อันนั้นที่อุตส่าห์ไปต่อคิวให้น้า บรรยายได้ละเอียดมากเลยจ้าแต่ละอย่าง ยังกับเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานแน่ะ
Aria shachouไปอยู่ในกล่องซะแล้ว
โลกกลมจริงๆเนอะ รู้สึกว่าเจอคนไทยในยุ่นปี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย อิๆ

#5 By parishii on 2007-09-04 16:04

ดีฮะพี่ยูกิ วันงาน C72 มันฟลุ๊คจริงๆ ที่เจอกัน - -

แต่เสียดายดันเจอตอนกลับ น่าจาเจอตอนงานเริ่ม จาได้มีเพื่อนเที่ยวงาน >.<

#4 By Roro (61.23.119.190) on 2007-09-02 01:14

"ซุ้มค่ายอะไรหว่า" นั่นมันบู้ทค่าย Circus ค่ายโปรดผมนะ เหอๆๆ แต่ปีนี้ไม่ได้ซื้ออะไรจากค่ายนี้เพราะไอเท็มไม่่ค่อยจะโดน กลับจากงานคอมิเกะทีไรรู้สึกเหงาๆทุกที อารมณ์จบงานเทศกาลที่รอมานานโดยเฉพาะรอบนี้เนื่องจากไม่รู้ว่ารอบหน้าจะได้มาอีกเมื่อไหร่ สุดท้ายก็ดีใจด้วยที่อัพบล้อคจนจบ ฮ่ะๆๆ นึกว่าจะโดนตัดจบซะละ

#3 By 白河きら on 2007-08-31 13:23

วันที่ 6

- โอ้โห้ เห้ะ สภาพแวดล้อมในศาลเจ้าเมจิ มีแต่ต้นไม้ใหญ่ๆ ทั้งน้านเลย
แต่ศาลเจ้าอุเอโนะ ก็บรรยากาศดีไม่น้อยหน้ากันเลย ร่มรื่นตาจัง
โอ๊ว.........เดินจนจะมืดแล้ว คุณยูกิคุง อึด+ฟิต มั้กๆ >w<
:
วันที่ 7

- ว้าก ทู บี คอน comike นี่ปิรามิดกลับหัว ที่แห่ง สมรภูมิ !!!

#2 By PQza (58.9.113.35) on 2007-08-30 23:30

ศาลเจ้าเมจิ นี่ไม่ต่างอะไรจากการ์ตูนญี่ปุ่นเลย เคยคิดว่าถ้าได้ไป จะแวะซื้อเครื่องรางครบทุกชนิดมาฝากเพื่อนๆ 555+โดยเฉพาะพวก เรียนดี สอบผ่าน อะไรทำนองนี้ อยากไปญี่ปุ่นจังเลย