2007/Aug/19

บันทึก Japan Trip 2007

เมื่อสัปดาห์ก่อนผมเดินทางไปพักร้อนที่ญี่ปุ่นมาครับ โดยวัตถุประสงค์หลักๆก็คือไปเยี่ยมเพื่อนและก็ไปงานคอมมิคเกะครั้งที่ 72 โดยออกเดินทางวันศุกร์ที่ 11 และกลับมาวันเสาร์ที่ 18 รวมระยะเวลาประมาณอาทิตย์หน่อยๆ เบ็ดเสร็จก็ลางาน 4 วันหลังจากเคลียร์เสร็จหมดทั้งงานออฟฟิศและงานแปลการ์ตูน
หลังแพ้กกระเป๋าเสร็จตั้งแต่วันพฤหัสพอถึงวันศุกร์พอแก้โปรแกรมแพลนท์เสร็จก็นั่งว่างๆเช็คอะไรไปเรื่อยนับเวลารอเดินทางอย่างเดียวพร้อมภาวนาว่าอาทิตย์หน้าที่ผมไม่อยู่ขอให้ลูกค้าอย่าโทรมาหาแล้วกันเพราะถึงโรงงานจะบึ้มคนทำโปรแกรมป่านนั้นก็ไปเดินอาคิบะแล้ว 555
ไปถึงสนามบินก็ประมาณ 3 ทุ่มนิดๆโดยนัดกับพี่สาว 3 ท่านในวงการเดียวกันแต่ผมออกเดินทางกันคนละสายการบินและไปช้ากว่าเค้าประมาณ ชม. นึงเลยนัดแนะว่าจะให้รอที่นาริตะเมื่อไปถึง ไฟลท์บินออกเดินทางเวลา 0.20 น. เอานิยาย
Jigoku Shojo
ที่ซื้อมาดองชาติเศษไปนั่งอ่าน ใช้เวลาเดินทางเกือบๆ 6 ชม.

วันแรก 11/8/07

มาถึงนาริตะ เวลาที่ญี่ปุ่นราวๆ 8.30 น. เช็คพาสปอร์ตรับกระเป๋าเสร็จก็เดินหาท่านพี่ตามที่นัดแนะกันไว้เดินแล้วเดินอีกก็ยังไม่เจอซักกะทีโทรไปก็ไม่รับ จนโทรไปหาเพื่อนจนรู้ความจริงว่าเปลี่ยนที่นัดเป็นที่หน้ารูปปั้นหมาฮาจิตรงสี่แยกที่ชิบุย่า ง่า โดนทิ้งซะแล้วเรา

ไม่เป็นไรไม่มีกลัว เดินลงไปแลก JR PASS ที่อุตส่าห์ซื้อมาตั้ง 8000 บาทเพื่อเอาตั๋วรถไฟและก็ขึ้น Narita Express
ตรงดิ่งไปโตเกียว ระหว่างที่อยู่บนรถไฟผมก็สอบถามการเดินทางในโตเกียวกับคนญี่ปุ่นที่นั่งอยู่ข้างๆ ลุงคนนี้นิสัยดีมากชวนคุยไปสารพัดแถมยังมีเพื่อนที่ทำงานบริษัทเดียวกะผมแต่เป็นสาขาใหญ่ที่ญี่ปุ่นอีกต่างหาก
และแล้วก็ต่อรถไฟที่สถานีโตเกียวไปยังชิบุย่า พอเดินออกจากสถานีเท่านั้นแหละ...นี่ ญี่ปุ่นแน่เหรอฟะทำไมมันช่าง...ร้อน อย่างนี้ ร้อนมากๆ เกินกว่าที่คาดเอาไว้ ร้อนกว่าเมืองไทยเสียอีก ออกเซ็งหน่อยๆแต่หลังจากเหลือบไปเห็นสาวๆก็ใจเย็นลงได้ อิอิ

ภาพสี่แยกที่ชิบุย่า

และแล้วก็โทรหาท่านพี่ๆอีกครั้งพร้อมภาวนาในใจว่าอย่าโดยปล่อยเกาะอีกเลยรอป๋มบ้างเถอะก๊าบ และก็หาตัวเจอซะที อาหารมื้อแรกที่ญี่ปุ่นเป็นข้างแกงกะหรี่ร้าน Little Spoon แกงกะหรี่ร้านนี้อร่อยที่สุดที่เคยทานมารวมถึงในเมืองไทยแล้วครับ ความเผ็ดก็มีหลายแบบแสดงด้วยสัญลักษณ์รูปสัตว์ตั้งแต่ กระต่ายที่ไม่ใส่พริกจนไปถึงมังกรที่ไม่รู้มันแอบใส่พริกขี้หนูของไทยไปรึเปล่าเพราะผมลองแค่พี่เสือระดับรองจากช้างและมังกรก็เผ็ดมากแล้ว หลังจากทานเสร็จก็ดูเส้นทางไปยังสถานีซากินุมะ ซึ่งเป็นหอพักของเพื่อนผมอยู่ไกลจากชิบุยะประมาณครึ่งชมได้ เสร็จสรรพทั้ง 4 ก็ลากกระเป๋าลุยต่อจนถึงสถานีซากินุมะ

าพเมืองซากินุมะ

มาถึงหน้าสถานีก็พบคิระคุงหรือเพื่อนผมที่มาคอยอยู่แล้วและก็โดนเร่งให้รีปไปงาน TBS FESTA ที่อุตส่าห์ประมูลตั๋วมาจาก Yahoo Auction ซึ่งงานจะเริ่มบ่ายสองเหลือเวลาอีกไม่มากเท่าไร ถึงหอวางกระเป๋าพักเหนื่อยนิดหน่อยก็แยกตัวกันกับสาวๆเพราะฝ่ายนั้นเขาจะไป Girl Side ซึ่งเป็นดินแดนต้องห้ามของผมและเพื่อนที่ไม่ใช่ Y เฮ้อ...

มาถึงหน้างานเกือบๆบ่ายสองแล้ว มีคนต่อแถวยาวพอดูพอเสียดายเก็บภาพมาไม่ได้ครับเพราะเขาห้ามถ่ายรูป เจอริบกล้องตั้งแต่ประตูทางเข้าเลยล่ะ แลกตั๋วเสร็จก็ได้รับปากกาที่ระลึกพร้อมหนังสือที่มีแนะนำการตูนและผังกำหนดการมา พอเข้ามาข้างในก็โดนล่อตาล่อใจด้วยไอเทมสารพัดทั้งแก้วน้ำ สมุด โปสเตอร์ ปลอกหมอน จะบ้าตายดีที่ยังไม่เสียตัง เพราะงานนี้กะจะมาดูนักพากษ์ตัวเป็นๆไม่ใช่สอยไอเทม และแล้วก็เข้ามานั่งในฮอลที่อัดแน่นไปด้วยโอตาคุทั้งหนุ่มทั้งแก่เต็มไปหมดถือไม้เรืองแสงกันให้พรึ่บ และก็มีพิธีกรคุณอะไรนี่แหละจำชื่อไม่ได้ไม่ดังแถมเป็นผู้ชายก็เลยขี้เกียจจำ มากล่าวเปิดงาน

1. รายการแรกก็เป็นโปรแกรมของ
怪物王女(KaibutsuOujo) ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้ดูแต่คุณนักพากษ์สาวๆที่ออกมาตรงหน้าเวทีต่างต้องร้องโอ้วเพราะเป็นคนดังที่ผมอยากเห็นตัวเป็นๆมานานแล้วทั้งนั้น
怪物王女(KaibutsuOujo)
หรือ
Princess Resurrection

นักพากษ์ที่มาร่วมงานประกอบด้วย
คุณคาวาสุมิ อายาโกะ(คนพากษ์ ฮิเมะ) คุณชิโฮะ คาวารากิ(คนพากษ์ ฟลานเดร) คุณยูโกะ มินะกุจิ(คนพากษ์ ซาวาว่า) คุณยูโกะ ไคดะ(คนพากษ์ ลิซ่าไวลด์แมน) คุณมามิโกะ โนโต้(คนพากษ์ เรย์ริ) คุณไอ ชิมิสึ(คนพากษ์ เชอร์วูด)
มามิโกะจังกับไอจังทำไมน่ารักอะไรเช่นนี้ อิอิ ก็เริ่มแนะนำตัวกันทีละคนและก็เริ่มเล่นเกมกันบนเวทีโดยแบ่งเป็น 2 ทีมๆละ 3 คน และก็ให้ผลัดกันแต่ละทีมเพื่อเลือกโหวตตัวละครในเรื่องว่าใครดังสุดแต่พิธีกรเห็นว่าไม่ลุ้นเท่าไรเลยเปลี่ยนเป็นตัวที่ดังน้อยสุดจะได้ 10 แต้มเต็มส่วนตัวที่ดังมากก็จะลดหลั่นไปจนถึง 1 แต้มคือตัวละครที่คนชอบที่สุดในเรื่อง ผมก็ไม่ได้ดูเรื่องนี้ก็เลยไม่รู้จักตัวละครเท่าไรที่รู้ก็คือเห็นเรย์ริจังแล้วปิ๊ง 555 สองทีมสูสีกันมากแต่สุดท้ายทีมที่คะแนนน้อยกว่าก็พลิกชนะไปได้หลังจากเลือกตัวละครชายตัวนึงที่มี 7 แต็ม เสร็จก็มีการฉายตอนล่าสุดของเรื่องนี้ที่ยังไม่ได้ฉายในทีวีให้ได้ชมกันแต่ผมว่ามันไม่หนุกคับก็เลยแอบหลับไปเพราะความเพลียจากการเดินทาง พอจบก็มีคุณอากิ มิซาโตะผู้ร้องเพลงเปิดออกมาร้อง BLOOD QUEEN เป็นการปิดรายการแรก
2. รายการที่สอง ตอนแรกดูจากผังรายการแล้วพบว่าเป็น DARKER THAN BLACK ซึ่งแอบกรี๊ดอย่างดีใจเพราะผมชอบเรื่องนี้ที่สุดในซีซั่นนี้อยากเห็นพี่เฮย์สุดเท่ตัวเป็นๆจริงๆ แต่ต้องแห้วเพราะดันเป็นการโฆษณาสั้นๆซะมากกว่า
3. รายการที่สามกับเรื่อง โรมิโอกับจูเลียต พระเจ้าช่วยไม่ตรงแนวเลยไม่ดูอีกเรื่องครับ โฆษณายาวนานเหลือเกินทีแรกนึกว่าจะได้หลับอีกเรื่องแต่ภาพเรื่องนี้สวยมากๆเลยดูไปเพลินๆซะงั้น
4. รายการที่สี่กับการตูนผู้หญิง Lovely Complex ไม่โดนอีกแล้วง่า มาฉายเป็นดราม่าแบบมีภาพประกอบยาวนิดหน่อยแต่ด้วยมุขตลกในดราม่าจึงยังไม่หลับ เสียงนางเอกแจ๋นโดนใจเหลือเกิน
5. Vexille อนิเมสามมิติภาพสวยดีออกมาฉายให้ดูสั้นๆ
6. 神曲奏界ポリフォニカ หรือ Polyphonica ซึ่งผมก็ไม่ได้ดูเรื่องนี้เหมือนกันแต่จับสัญญาณโมเอะได้ตั้งแต่เห็นตัวอย่างเลยใจจดใจจ่อเป็นพิเศษและเวลาที่รอก็มาถึงกับผู้พากษ์บท Corticarte Apa Lagranges หรือคุณฮารุกะ โทมัตสึ คนนี้ตัวจริงยอดน่ารักเลยผมยกให้เป็นดาวเด่นในงานเลยก็ว่าได้แต่งชุดกระโปรงสั้นแถมด้วย 絶対領域(ช่วงขาอ่อนตรงระหว่างขอบกระโปรงและถุงเท้ายาวๆ) วันนี้เธอบอกว่าเดินทางมาด้วยชินคันเซ็นและพิธีกรก็แอบแหย่ว่ามีอยู่ครั้งนึงที่เธอมาสตูดิโอด้วยชุดนักเรียนซะด้วย ทำให้พวกโอตาคุหื่นๆบางคนตะโกนขอให้เธอแต่งอีกรอบอีกตะหาก 555 แล้วก็มีคุณซาโต้ รินะออกมารับบทพิธีกร โอ้ ได้เห็นคนพากษ์เนกิจนได้ และก็เล่นเกมกันบนเวทีโดยให้ฮารุกะจังจับลูกบอลและบนลูกบอลจะมีเขียนคำต่างๆไว้เช่น โมเอะ เป็นต้น และก็จะให้ฮารุกะจังพากษ์บทไอ้ตัวลูกกลมๆลอยๆน่ารักๆผมจำไม่ได้ว่าชื่อไรเพราะไม่ได้ดูให้ไปในแนวที่เขียนบนลูกบอล ลูกแรกเหมือนล็อคหวยได้คำว่า โมเอะ ซะงั้นเฮกันไปตามๆกัน แล้วก็มีวง Eufonius ออกมาร้องเพลงเปิด(Apocrypha)ให้ชมสดๆ วงนี้มีสองคนคือสาวแว่นคุณริยะเป็นคนร้องและคุณฮาจิเมะเป็นคนเล่นคีย์บอร์ดท่าทางพี่ท่านตอนกดคีย์บอร์ดได้อารมณ์มาก และก็ตบท้ายด้วยเพลงปิด(Concordia)ที่คุณ Kukui เป็นผู้ร้อง

เรื่อง Polyphonica

คนที่สองจากซ้ายคือคุณฮารุกะ โทมัตสึ ขวาสุดคือคุณซาโต้ รินะ

หลังจบรายการนี้ก็มีพักเบรค 20 นาทีให้ออกไปเข้าห้องน้ำ เดินเล่นหาไรทาน
7. กับเรือง おおきく振りかぶって หรือแปลเป็นไทยว่าเอ้า หวดให้เต็มแรง 555 เป็นอนิเมเบสบอลครับไม่รู้จักเหมือนกันแต่เพื่อนบอกว่ามันดังทีเดียว ก็มีนักพากษ์ออกมาพากษ์บทให้ดูกันสดๆแถมด้วยพากษ์ฉาก Y ฉากหนึ่งแต่หลากหลายบทพูดเรียกเสียงฮาได้มากทีเดียว
おおきく振りかぶって(Ookiku Furikabutte)
นักพากษ์ที่มาร่วมงานประกอบด้วย
จำบ่ได้อ่าครับ T_T พอดีไม่ได้ดูเรื่องนี้มีมากัน 3 คนชาย 2 หญิง 1
8. 逮捕しちゃうぞ フルスロットル หรือ You're under arrested Full Throttle แบบนี้ล่ะที่รอมานานมีคุณทามะกาว่า ซากิโกะผู้พากษ์นัตสึมิ และคุณฮิระมัตสึ อากิโกะผู้พากษ์มิยูกิ มาร่วมงานเนื่องจากการ์ตูนภาคแรกนานเป็นสิบปีแล้วทั้ง 2 ท่านเลยกลายเป็นคุณป้าไปตามระเบียบแต่เสียงยังไพเราะอยู่นะ พิธีกรก็หยอกว่าลองแต่งตัวแบบในเรื่องไหมซึ่งเจ๊แกก็ย้อนว่าถ้าอยากดูล่ะก็จะแต่งให้ดูก็ได้ 555 และในที่สุดสิ่งที่รอคอยก็มาถึง ก็คือได้ดูตอนแรกของเรื่องนี้ก่อนใครเพื่อนเป็นเดือน มีเฮกันทั้งฮอล ก็สนุกดีครับชื่อตอนว่า 走のエピローグ ตอนแรกเป็นเรื่องราวของมิยูกิที่กำลังจะกลับไปประจำการที่ญี่ปุ่นและก็มาเจอกับเด็กน้อยคนนึงซึ่งมีพวกวายร้ายตามล่าตัวเพราะหวังมรดกของเด็กคนนี้ ฉากบู้ก็ยังมันส์เหมือนเดิมนัตสึมิซิ่งมอไซต์ได้ใจมาก บังคับให้ได้ดูไปอีกเรื่อง อิอิ
逮捕しちゃうぞ フルスロットル
หรือ
You're under arrested Full Throttle
นักพากษ์ที่มาร่วมงานประกอบด้วย
คุณทามะกาว่า ซากิโกะ(คนพากษ์นัตสึมิ) คุณฮิระมัตสึ อากิโกะ(คนพากษ์มิยูกิ)
9. เป็นการแจ้งข่าวอนิเมล่าสุดที่สำคัญๆก็มี Oh My Goddess จะมีต่ออีกฉลองครบ 20 ปีชื่อตอนว่า 闘う翼 และ XXX Holic จะมีต่อซีซั่น 3 อันนี้เฮกันอีกแล้ว อย่างอื่นไม่ค่อยมีไรเห็นมีโฆษณาชานะ 2 นี่ล่ะที่เจ๋ง และก็มีคุณอิโนะอุเอะ คิคุโกะผู้พากษ์เบลดันดี้ออกมาทักทายแฟนๆพร้อมเล่นมุขอายุ 17 ปีของเธอซึ่งขาดไม่ได้
10. Venus Versus Virus อันนี้เป็นอีกหนึ่งที่เล็งมานานเพราะอยากเห็นมิโนรินตัวเป็นๆสุดๆคนนี้ขวัญใจผมเลยตั้งแต่พากษ์เป็นยูกิในฮารุฮิและก็พากษ์เป็นโฮคุโจในเลิฟดอลแล้ว มีการเปิดฉายตัวย่างมาหน่อยแล้วคุณอายาฮิผู้พากษ์เป็นรูเชียและมิโนรินผู้พากษ์เป็นสุมิเระขึ้นมาบนเวที โดยจัดกิจกรรมเป็นการพากษ์สดๆเน้นความฮาอันที่ขำสุดน่าจะเป็นการตอบจดหมายจากทางบ้านซึ่งฉบับแรกเป็นแม่บ้านเขียนมาบอกว่าในห้องครัวของเธอชอบมีเสียงแปลกๆและอาหารก็ชอบหายไปบ่อยๆซึ่งรูเชียตอบอย่างตื่นตระหนกว่ามันต้องเป็นไวรัสแหงมๆพร้อมทั้งบรรยายความน่าสะพรึงกลัวซะเว่อร์ แต่สุมิเระบอกว่ามันน่าจะเป็นหนูตามบ้านมากกว่านา อีกฉบับเป็นลุงอายุ 45 ปีเขียนมาบอกว่าอยากคอสโกธิคโลลิไม่รู้ทำไงดี รูเชียบอกไปว่าไม่ต้องลังเลหรอกอยากใส่ก็ใส่ไปเลยแต่อย่าให้เมียเห็นก็แล้วกันไม่งั้นคงไม่จบง่ายๆก็ฮาเป็นอย่างมาก แล้วก็มีวง Yousei Teikoku ออกมาร้องเพลงจบให้ฟัง ไม่ผิดหวังจริงๆมิโนรินตัวจริงน่ารักมากๆ ได้ยินโอตาคุแหกปากตะโกนมิโนรินเป็นระยะก่อนที่เธอจะลงเวที

Venus Versus Virus
นักพากษ์ที่มาร่วมงานประกอบด้วย
คุณอายาฮิ ทาคากาคิ(คนพากษ์รูเชีย) คุณจิฮาระ มิโนรุ(คนพากษ์สุมิเระ)

11. พักเบรค ออกไปซื้อน้ำกิน
12. Hidamari Sketch อันนี้ก็ไม่ได้ดูหรอกครับแต่เล็งจะเจอตัวเป็นๆของคุณโกโตะ ยูโกะผู้พากษ์มิคุรุ และก็ไม่ผิดหวังเพราะคนพากษ์ 4 ตัวละครหลักมากันหมดเลย เริ่มมาก็คุยทักทายกันก่อนแล้วก็เล่นเกมพากษ์ฉบับการ์ตูน 4 ช่องจบให้ดูแบบหลากหลายอารม์เรียกเสียงฮาได้สุดๆ และก็ฉายตอนใหม่ให้ดูก่อนใครเพื่อน จบแล้วทั้ง 4 คนก็ร่วมกันร้องเพลงเปิด(Sketch Switch)ให้ดูกันบทเวทีเรียกความครื้นเครงในฮอลเป็นอย่างมากมีพวกลุกขึ้นเต้นกันให้พรึ่บ สนุกสนานมากครับชอบๆ
Hidamari Sketch
นักพากษ์ที่มาร่วมงานประกอบด้วย
คุณคานะ อาสุมิ(คนพากษ์ยูโนะ) คุณคาโอริ มิสุฮาชิ(คนพากษ์มิยาโกะ) คุณโกโตะ ยูโกะ(คนพากษ์ฮิโระ) คุณเรียวโกะ ชินทานิ(คนพากษ์ซาเอะ)
13. Lia Special Mini Live อันนี้ก็สุดแจ่มคุณ Lia ผู้ร้องเพลงให้กับซีรี่ส์ดังอย่าง AIR KANON CLANNAD ออกมาร้องเพลงเมดเล่ย์ให้ฟังสดๆบทเวทีทั้งเพลงเปิด AIR KANON CLANNAD ครบเลยโดยเฉพาะ Tori no Uta นี่ผมประทับใจสุดๆที่มีโอกาสได้มาฟังเธอร้องกันใกล้ๆแบบนี้ แถมท้ายด้วยเธอบอกว่าจะมีคอนเสิรต์เดี่ยวของเธอในช่วงปลายปีนี้
14. CLANNAD สุดยอดแห่งการรอคอย ทุกคนที่เข้ามาร่วงงานนี้ต่างรอรายการนี้อย่างใจจดใจจ่อทั้งนั้นครับ นักพากษ์มาร่วมกันครบทีมมีคนที่อยากเห็นที่สุดอย่างคุณนากาฮาระไมและคุณโนนากะไอก็มาครบหมด ก็มีการแนะนำตัวกันบนเวทีและก็กล่าวถึงตัวละครที่ตัวเองพากษ์ คุณอิโนะอุเอะออกมาเล่นมุขอายุ 17 ปีของเธอให้แฟนๆคอยส่งเสียงตอบรับ おいおい เช่นเคยแล้วก็บอกว่าจริงๆอายุตอนนี้เกิน 2 เท่าของ 17 แล้วล่ะ 555 ผมรู้แล้วล่ะว่าเจ๊แกอายุ 43 ปีแง๊ว และแล้วก็เหมือนจะกล่าวอำลาแต่ผมรู้ไต๋แล้วว่าเวลามันเหลืออีกครึ่งชั่วโมงนี่หว่าจะเป็นอะไรเสียไม่ได้นอกจากฉายตอนแรกให้ดูก่อนใครเป็นเดือน มีเฮกันทั้งฮอลอีกรอบ ตอนแรกชื่อ 桜舞い散る坂道で บอกได้คำเดียวว่าสนุกมากครับอารมณ์ไม่แพ้ตอนที่ได้ดู AIR หรือ KANON เเลย มุขฮามากโดยเฉพาะพ่อของนากิสะที่ปล่อยมุขตอนที่โทโมยะไปที่บ้านนางิสะ และฉากที่โทโมโยะใส่คอมโบพวกอันธพาลที่เข้ามาในโรงเรียน เพลงเปิดก็เพราะดีครับชื่อเพลง メグメル เพลงปิดน่ารักมากเป็นครอบครัวดังโงะตลกดีไม่รู้สื่ออะไร ชื่อเพลง だんご大家族
CLANNAD
นักพากษ์ที่มาร่วมงานประกอบด้วย
คุณนากาฮาระ ไม(คนพากษ์ฟุรุคาว่า นางิสะ) คุณฮิโรฮาชิ เรียว(คนพากษ์ฟุจิบายาชิ
เคียว) คุณคันดะ อาเคมิ(คนพากษ์ฟุจิบายาชิ เรียว) คุณโนนากะ ไอ(คนพากษ์อิบุกิ ฟูโกะ) คุณโนโตะ มามิโกะ(คนพากษ์อิจิโนเสะ โคโตมิ) คุณอิโนอุเอะคิคุโกะ(คนพากษ์ฟุรุคาว่า ซานาเอะ)
15. จบงาน สนุกมากงานนี้คุ้มค่าตั๋วกับเวลาเกือบ 7 ชั่วโมงจริงๆถ้ามีโอกาสหน้าจะมาอีกแน่ๆ TBS FESTA
หลังจากนั้นก็ไปเดินชิบุย่าต่ออีกหน่อยสำรวจร้ายคาราโอเกะที่จะมาร้องในวันพรุ่งนี้เป็นอันจบวันแรก
 
วันที่สอง 12/8/07
ด้วยความเพลียจากวันแรกวันนี้จึงตื่นค่อนข้างสายและวางแผนว่าจะไปเดินอาคิบะทั้งวัน ออกมาจากที่พักก็ราวๆ 10 โมงกว่าๆไปแวะกินเนื้อย่างกันที่อุเอโนะก่อน ร้านนี้มีโปรโมชั่นช่วงบ่ายๆนี่จ่ายเพียง 1000 เยนเท่านั้นครับทานได้ประมาณชั่วโมงเป็นเนื้ออย่างที่อร่อยสุดๆเลยทานที่เมืองไทยยังหารสชาติเทียบได้ยากกินซะอิ่มแปล้ และก็ถึงอาคิบะประมาณเที่ยงๆ แต่ไม่ค่อยมีอารมณ์อยากชักกล้องออกมาถ่ายรูปเท่าไรเพราะอากาศมันร้อนมากเลยครับ ผมและท่านพี่ๆทั้งหลายก็ออกตะลุยอาคิบะโดยมีคิระคุงซึ่งเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญย่านนี้เป็นผู้นำทัวร์ เจ้าตัวบอกเองเลยว่าตลอด 2 ปีที่มาเรียนที่นี่เขาเหยียบย่านนี้มาแล้วราวร้อยครั้งทีเดียวเรียกได้ว่ารู้จักเกือบทุกซอกทุกมุมก็ว่าได้อยากหาของอะไรขอให้บอก ร้านแรกๆที่ไปเยือนคือ K-Book เป็นร้านขายหนังสือมีหนังสือและนิตยสารเกม อนิเม เล่มเก่าๆวางขายอยู่เยอะและมีของแถมให้ด้วย และก็ยังมีของแถมจากเกมและนิตยสารต่างๆพร้อมทั้งชุดตัวการ์ตูนมากมายวางขายอีกด้วย ร้านต่อไปอยู่ชั้นบนของตึกเดียวกันเป็นร้านขายพวกการ์ดเกมการ์ดจากการ์ตูนเรื่องต่างๆ ร้านต่อๆไปที่ไปเยือนก็เยอะจนจำได้ไม่หมด Gamers Sofmap AsobitCity Trader MelonBook Toranoana Animate เดินจนขาลากถึงเย็นเลยทีเดียวไม่ผิดหวังจริงๆกับผู้นำทัวร์ครั้งนี้ จนต้องเอ่ยปากว่าจะเลี้ยงเมดคาเฟ่ให้มื้อนึงถ้าพาไปที่มีเมดสวยๆน่ารักๆ

ภาพย่านอาคิฮาบาระ

ตู้เครนเกมตุ๊กตาจากเรื่องฮารุฮิ อลังการไหมครับของรางวัล

อันนี้เป็นของ He is My Master

อันนี้ถ่ายมาเพราะบังอาจเพ้นท์รถเป็นรูปอันริจังสุดรักสุดหวงของผม

ด้านข้างรถ ว่าจะกลับไปเพ้นท์รถตัวเองบ้าง 555 (ทำจริงคงโดนไล่ออกจากบ้านเหอๆ)

และแล้วก็มืดค่ำพอดี วันนี้ก็มีตารางคาราโอเกะโต้รุ่ง 23.00-7.00 เป็นบุฟเฟ่ต์ครับราคา 3000 เยน พร้อมเครื่องดื่มสารพัดชนิดฟรีรวมทั้งคอกเทล ร้านที่เพื่อนผมพาไปก็ไม่มีผิดหวังอีกเช่นเคยชื่อร้านว่า Pasela อยู่ที่ชิบุย่าการันตีเลยว่าเป็นร้านที่มีเพลงจากอนิเม เกม สารพัดรวบรวมมากที่สุด และก็มากจริงๆรับผมลองกดเช็คๆดูขนาดพวกเอชเกมเก่าๆยังมีคาราซองให้ร้องเลย ไปร้องกัน 3 คน ร้อง Mottoe Koi Sailor Fuku ! มา 2 รอบไม่ค่อยเวิรค์ทั้ง 2 รอบเลยแฮะ ที่มันๆก็มี Days Colors และก็เพลงจากฮารุฮิทั้งหลายแหล่ แต่เสียดายจะหาเพลงเปิด School Day (Innocent Blue) ร้องซักหน่อยแต่ดันยังไม่เข้าซะนี่ เปลี่ยนมาเป็น LUNARIAN ของลูน่าร์จังจาก Seito no Hanayome แทนซะเลย ส่วนเพื่อนผมบ้า Da Capo ก็ร้องไปเป็นสิบเพลงเล่นเอาแทบร้องตามได้เลย สรุปทั้งคืนร้องกันแต่เพลงอนิเม

ภาพร้าน Pasela

อ่า มีเมนูให้เหวอกันเล่นๆกับเมนูจากร้าน Angel Moth(Higurashi no Naku Goroni) เป็นพาร์เฟ่ต์ที่ชิองเสิร์ฟในการ์ตูนกับอีกอันเป็นขนมที่เรนะทำมาให้เคย์อิจิในบท Onikakushi ที่มีเข็มสอดอยู่น่ะครับ แต่อันนี้ใช้เข็มในเรื่องเป็นไม้จิ้มแทนนะ

ออกมาจากร้านก็ประมาณ 6 โมงอยู่ต่อไม่ไหวแล้วทั้งง่วงทั้งเพลีย ไอเทมที่ซื้อมาก็หนักจนอยากกลับไปอาบน้ำนอนแล้วครับ เลยกลับกันถึงที่พักก็ประมาณ 9 โมงเช้า

ภาพชิบุย่าตอนประมาณ 6 โมงกว่าๆที่ออกมาจากร้าน Pasela

 
วันที่สาม 13/8/07
ว่าไปร้องเพลงจบก็ซัดเข้าวันที่สามซะแล้วนี่นา วันนี้กลับมานอนตอน 9 โมงเช้ากว่าจะตื่นประมาณบ่ายโมงครับแล้วก็ออกมาลุยอาคิบะกันอีกรอบคราวนี้ไม่ขอเล่ามากมายแล้วกันเพราะก็เดินเก็บไอเทมกันเหมือนเดิม ตบท้ายด้วยมื้อเย็นร้านเมดคาเฟ่ตามสัญญา ร้านนี้ชื่อว่า Cafe with Cat ร้านนี้เป็นร้านใหม่อย่าชั้นบนของ Toranoana คุณเมดก็จะแต่งตัวเป็นแมวแถมมีหางด้วย Good Job! สั่งพาสต้ากับโฟล้ตติ้งโค้กมาทานกัน บรรยากาศก็ดีครับ เสียดายไม่ได้นั่งตรงเคานเตอร์ไม่งั้นคงได้มองคุณเมดมากกว่านี้ อิอิ

ภาพคุณเมดร้าน Cafe with Cat (ยืมรูปจากเวบ AkibaBlog มานะเพราะเขาไม่ให้ถ่ายภาพครับ)

ไอเทมที่ซื้อมาช่วงวันแรกๆ ออกจะ Maniac ซะหน่อย 555 ประกอบด้วย หมอนหนุนลายซุยเซย์เซกิจัง(Rozen Maiden) ผ้าปูที่นอนลายหลุยส์ัง(Zero mo Tsukaima) หมอนข้างลายคุโรโลลิจัง(Saint October) ปลอกแขนคำว่า 団長และ超監督ของฮารุฮิ ตุ๊กตาท่านประธาน Aria ผ้าเช็ดตัวลายอารูรู(Utawarerumono) แผ่น DVD Concert Lovely Idol โปสเตอร์ Shuffle! แฟ้ม Shana,Happiness แก้วน้ำชา Hayate no Gotoku และก็หนังสือนิยายกับการ์ตูนอื่นๆอีกหลายเล่ม
 
วันที่สี่ 14/8/07
วันนี้นัดกันไว้ว่าจะไปคามาคุระครับ หลังจากรูปสึกว่าจิตใจระส่ำระส่ายไปกับแสงสีและไอเทมต่างๆจนไม่สงบเท่าไรแล้วก็ต้องหันเหไปวัดกันซะหน่อย ตื่นเช้ามาเตรียมตัวกันเสร็จก็ต่อรถไปที่โยโกฮาม่าก่อนแน่นอนว่าต้องไปแวะกันที่ร้านอนิเมทสาขาโยโกฮาม่า ซึ่งกลายเป็นว่าเดินดูของกันเป็นชม. ได้แผ่นรองเขียนลายซุยเซย์เซกิกับคุ๊กกี้เดธโน๊ตติดไปเป็นของฝากเพื่อนที่ทำงาน กะจะซื้อชากระป๋องฮารุฮิเหมือนกันแต่มันหนักง่าขี้เกียจถือ และก็ไปทานอาหารกลางวันที่ร้าน Pronto ทานพาสต้ากันอีกแล้ว ทานเสร็จก็บึ่งต่อรถไฟไปยังคามาคุระ มาถึงก็เช่นเคยว่าร้อนชิบ ซื้อไอศกรีมเมล่อนทานคนละกันแล้วก็ไปนมัสการหลวงพ่อโตกัน ที่นี่เคยมา 2 ครั้งแล้วครับชอบบรรยากาศวัดของญี่ปุ่นมาก แต่เนื่องจากวันนี้มันร้อนสุดๆไปเลยก็เลยต้องเดินหลบๆแดดซื้อน้ำกินบ่อยๆ ได้ของฝากเมเนเจอร์กับคนที่บ้าน 2 ชุด

ภาพหลวงพ่อโต

ด้านหลังหลวงพ่อโตสามารถเข้าไปชมได้ด้วยครับด้วยการบริจาค 20 เยน

อันนี้เป็นป้ายบอกรายละเอียดเกี่ยวกับหลวงพ่อโตซึ่งอยู่ภายในองค์ท่านครับ เขาเขียนไว้ว่า

ลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของภายในองค์หลวงพ่อโต
ส่วนภายในของรูปปั้นหล่อขนาดใหญ่ซึ่งมีช่วงรอยต่อของแผ่นโลหะขึ้นรูปที่สวยงามปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมือนใคร เทคนิคพิเศษในการขึ้นรูป(วิธีการประกบแผ่นทองแดงชิ้นบนและชิ้นล่างเข้าด้วยกัน)นั้นทำให้เราทราบถึงวิธีการสร้างรูปปั้นขนาดใหญ่ในสมัยคามาคุระและความล้ำหน้าของเทคนิคนั้นได้เป็นอย่างดี
ส่วนผิวนอกด้านในของช่วงลำพระศอนั้นที่ปรากฏเหมือนกับถูกทาด้วยดินเหนียวก็เพราะในปีโชวะที่ 35 (1960) นั้นมีการใช้พลาสติกเสริมแรง(ไฟเบอร์กลาส) ติดยึดเอาไว้เพื่อเพิ่มแรงค้ำจุนส่วนพระเศียร
ที่ฐานของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นโครงสร้างต้านแผ่นดินไหวซึ่งถูกสร้างมาให้สามารถเลื่อนออกจากฐานรากเอนไปตามทิศของแผ่นดินไหวได้ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวขึ้น แต่ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวระดับไหนก็ตามเนื่องจากจุดศูนย์ถ่วงของพระพุทธรูปจะออกมานอกตัวฐานรากดังนั้นจะไม่มีทางที่พระพุทธรูปจะถล่มลงมาเด็ดขาด
การใช้ประโยชน์จากพลาสติกในลักษณะนี้และโครงสร้างต้านแผ่นดินไหวนั้นในด้านมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นแล้วถือเป็นก้าวแรกเลยทีเดียว
นมัสการกันเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมตัวกลับและผมก็ไปต่อที่อาคิบะกันอีกครั้ง รอบที่ 3 แล้วมาถึงก็มืดๆซะแล้วเดินดูอะไรก่อนกลับที่พัก
 
วันที่ห้า 15/8/07
วันนี้นัดเพื่อนสมัยมหาลัยที่มาเรียนภาษาอยู่ที่นี่มาเจอกัน ออกมาจากหอราว 11 โมงไปถึงสถานีรถไฟซากินุมะก็เจอกับเพื่อนมารออยู่พอดีเป็นอันว่าวันนี้จะทัวรโตเกียวกัน ตั้งแต่มานี่ตะลอนโตเกียวกันอย่างเดียวเลยวุ้ย คือตอนแรกก็วางๆแปลนกันกับพี่ๆว่าจะไปเกียวโต ไปโอซาก้า น่ะครับแต่พอเจออุณหภูมิอากาศเข้าไปนี่เล่นเอาหมดอารมณ์เลย คราวหน้าไม่เอาอีกแล้วหน้าร้อนญี่ปุ่น เดินๆครึ่งวันก็เหงื่อแตกพลั่กอยากกระโดดหาฝักบัวล่ะครับ ที่แรกที่ไปกันก็ Ginza ครับ เป็นย่านที่มีแต่แบรด์ดังๆหรูหราอยู่เต็มไปหมด เดินดูเพลินๆได้ไม่มีอะไรให้ซื้อเพราะมันแพงง่ะ

ภาพสี่แยกของย่านกินซ่า

ย่านนี้มีพื้นที่กว้างมากเดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว ร้านรวงก็เยอะ โดยเฉพาะป้ายร้านอาหารที่ชวนน่ารับประทานเหลือเกินกับราคาที่แพงกระฉูดทำให้ได้หายอยากไปบ้าง

ภาพตึก Apple

แล้วก็นั่งรถไฟมาต่อที่สถานีโตเกียว เป็นสถานีที่ตึกสวยมากครับ แวะไปซื้อไดฟุกุไส้สตรอเบอรรี่โรยแป้งผงหิมะกินอร่อยมากน่าจะมีขายที่ไทยนะ

ภาพสถานีโตเกียว

ที่ไปเยือนต่อไปคือ Tokyo International Forum เป็นอาคารที่แสดงโครงสร้างที่สวยงามครับค้ำยันด้วยเสาหลัก 2 ต้นเอง วันนี้มีเหมือนกับจัดงานวัดด้านในแล็เป็นวันหยุดของคนญี่ปุ่นด้วยครับเลยเห็นหลายๆครอบครัวมาต่อแถวเพื่อเข้าร่วมงานกัน

ภาพ Tokyo International Forum

สถานที่ต่อไปก็คือวัดอาซาคุสะซึ่งผมจะต้องไปทุกครั้งที่มาญี่ปุ่นเพื่อขออธิษฐานให้ได้มาเที่ยวอีกครั้งและก็ได้มาทุกทีจริงๆด้วยหุหุ ไปถึงก็กว่าบ่ายสองแล้วครับอากาศร้อนระเบิดเช่นเดิมเลยซัดราเม็งกันก่อนแล้วก็ไปสมทบกับพวกท่านพี่ที่ร้าน KFC

ภาพเรือเฟอร์รี่ที่อยู่แม่น้ำแถวอาซาคุสะครับ

สีทองๆที่เห็นเป็นสัญลักษณ์รูปไฟนะแต่ทุกคนมองเป็นอึหมดเลย 555

นักท่องเที่ยวมากมายเช่นเคยครับอาซาคุสะ ตอนนี้มีมุงหลังคาด้านบนตลอดแนวร้านค้าด้วย เห็นของอยากซื้ออยู่หลายอย่างเลยครับ ได้ซื้อนินเกียวยากิกลับไปฝากที่บ้านและก็ชุดกลุ่มชินเซ็นที่มันเท่จนผมต้องเข้าไปซื้อในราคาแค่ 3000 เยน ก็สงสัยว่าทำไมมันถูกจังชุดก็สวยแต่พออ่านดูดีๆเขาว่าห้ามซักกับผงซักฟอกและก็อย่าโดนน้ำฝน เวงกำ ห้ามโดนน้ำก็บอกมาเต๊อะผ้าแข็งยังกับกระดาษแต่ไม่เป็นไรเอามาแขวนในห้องเท่ๆก็ยังดี หน้าร้อนที่อาซาคุสะนี่มีจัดซุ้มงานวัดด้วยครับเมื่อก่อนมาไม่เคยเจอ มีเล่นตักลูกบอลขายน้ำแข็งใสก็ต้องลองกันหน่อยซื้อรสโคล่าทานครับ แล้วก็เข้าไปกราบพระข้างในพร้อมเสี่ยงเซียมซี วันนั้นเสี่ยงกัน 3 คนผมได้โชคดีอยู่คนเดียว ไม่น่าเชื่อปกติตูจะดวงซวยนี่หว่าเลยเก็บใบนั้นไว้อย่างดี

ภาพภายในวัดอาซาคุสะ

ภาพซุ้มงานวัด

ภาพภายในที่ประดิษฐานพระพุทธรูป

เสร็จแล้วก็ไปเยือนที่หมายต่อไปคือชินจูกุมาเดินเล่นเฉยๆครับไม่มีอะไรให้ซื้อเป็นพิเศษ

ภาพตึก Tokyo Metropolitan Government Office

แล้วก็ย้อนกลับไปอาคิบะกันอีกรอบไปเดินดูร้านโมเดลต่างๆครับมาถึงก็ว่าสองทุ่มตกลงว่าจะไปร้านเมดคาเฟ่กันอีกรอบคราวนี้ลองเสี่ยงเลือกแบบเจอร้านไหนก็เอาเลยละกันวะ ผมเป็นเจ้ามือเช่นเคย ลุ้นให้ได้แจ่มๆหน่อยก็มีเจอกับป้ายร้าน Cafe@Home ครับมีอยู่สองชั้นชั้นนึงเป็นเมดสไตล์ปกติอีกชั้นเป็นเมดสไตล์ญี่ปุ่นตอนแรกขึ้นไปชั้นเมดสไตล์ญี่ปุ่นก่อนแต่คนเยอะแล้วบรรยากาศก็เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นบ้านเราเลย ก็เลยลองเดินมาข้างล่างดูโอ้พระเจ้าคุณเมดที่มาคอยต้อนรับช่างน่ารักอะไรแบบนี้น่ารักแบบลืมตัวมาเข้าคิวจนได้สิ ต่อคิวอยู่พักนึงก็ได้เข้ามาครับ เมดที่น่ารักที่สุดในร้านนี่เล่นเอาแทบหัวใจวายว่าทำไมเธอช่างน่ารักได้ขนาดนี้พอได้บวกชุดเมดเข้าไปนี่ผมกับเพื่อนมองกันแทบไม่ละสายตาเธอคนนี้มีป้ายชื่อว่าเอย์จังครับ เพื่อนผมสั่งเบียร์กับสปาเก็ตตี้กับเธอคนนี้และเธอก็มาคลุกสปาเก็ตตี้ให้ด้วยและก็ให้เราเลือกว่าจะคลุกอารมณ์ประมาณไหนหมอนี่ก็เลือกโมเอะไปตามระเบียบ ส่วนผมก็สั่งครับแต่เธอลืมเขียนแง๊ T_T มาแค่คอกเทลก็มีคุณเมดอีกคนที่น่ารักเทียบเอย์จังไม่ได้แต่ก็ดูดีมาเขย่าคอกเทลให้ด้วย ร้านนี้อาหารจานละประมาณ 1000 เยน และสามารถเล่นเกมกับเมดได้ 3 นาที 500 เยน เหลือบไปมองโอตาคุคนอื่นๆเห็นนั่งเล่นไพ่นั่งคุยกะเมดอยู่และก็มีพวกขาประจำสะสมพ้อยต์จนได้ไปถ่ายรูปกันตรงเวทีแหมน่าอิจฉานะ ทานเสร็จก็ยังนั่งมองน้องนางคนนี้อยู่ครับ น่ารักขนาดตอนนี้ผมยังคิดถึงเธออยู่เลย อิอิ เล็งจะเรียกเธอคนนี้มาเช็คบิลแต่เธอก็ไม่ว่างซะทีร้านก็จะปิดละโอตาคุยืนต่อแถวหน้าร้านก็เยอะมันจะมากันดึกดื่นป่านนี้ทำไมฟะ ก็เลยเรียกคุณเมดอีกคนเช็คบิลและก็ได้บัตรสมาชิกมาครับเป็นบัตรรูปการ์ตูนดีไซน์แบบอเมริกันเอกเพรสผมก็ให้เขาเขียนชื่อว่ายูกิคุง โกะชูจินซามะ 555 เหลือบไปเห็นโอตาคุข้างๆโอ้มันเล่นบัตรทองเลยเหรอนี่มากินที่นี่กี่รอบแล้วฟะ ใช่ซิเรามันแค่ผู้มาเยือนนี่ มาญี่ปุ่นคราวหน้าเข้าเมดคาเฟ่อีกแน่นอน

@Home Cafe ครับ เวบไซต์ของร้านกดที่นี่

อิ่มท้องแล้วก็กลับกันแล้วครับมืดละสำหรับวันนี้ ขากลับเพื่อนผมไปเอาของที่หมาลัยครับ เลยได้มีโอกาสมาเดินดูบรรยากาศของ Tokyo Institute of Technology (TITECH) ในยามค่ำคืน โอยอยากมาเรียนบ้าง... ห้องแลบของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่นี่อุปกรณ์อลังการมากครับ ดึกๆแบบนี้ก็ยังมีนักศึกษามานั่งทำงานวิจัยกันอยู่ บรรยากาศตอนกลางคืนไฟสลัวๆนี่ก็น่าขนลุกเหมือนกันนะ กลับดีกว่า...
 

อ่านต่อ Part II >>

 
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
น่าอิฉาเจงๆๆ
#1  by  Alone And Fell Lovely Blog At 2007-08-19 20:03, 
งานคอมิคเก็ทอ๊ากกกอยากไปมากๆเลยค่า
ปีหน้าไปแน่นอน
#2  by  sumomo (222.123.61.40) At 2007-08-19 20:06, 
อ่า....ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเป็นน่าร้อนซิเนอะ

แต่มันร้อนขนาดนั้นเลยหรอ - -"

สี่แยกชิบุย่า แอบมีดงบังซะงั้น โหะๆๆ

มาต่อน้าจารออ่าน~!!! ^^ อิจฉาอยากไปบ้าง
#3  by  ollGrApEllo At 2007-08-19 20:10, 
มารออ่านๆๆ ^^ (ท่าทางสนุกมากเลยนะเนี่ย ถ้าไม่ร้อน เหอๆๆๆ)
#4  by  zoung At 2007-08-19 21:15, 
อยากไปคอมมิกเกะมั่งง่า งานในฝันเลยนะเนี่ย

มีตัวซื้อตั๋วเมื่อไหร่จะไปถล่มเลยเอิ้กๆ
#5  by  NoNg_yellow At 2007-08-19 21:29, 
รออ่านต่อคร้าบบ แต่ที่ญี่ปุ่นร้อนกว่าเราหรอเนี่ยผมนึกว่าจะเย็นกว่า สงสัยเพราะตึกเขาเยอะบังลมหมดอะเปล่า?
#6  by  TorRus (125.25.138.138) At 2007-08-19 22:13, 
อ๊ากกก อยากเจอนักพากย์มั่งจังเลย You're Under Arrested Full Throttle ก็น่าดูง่า
แล้วจะตามอ่านนะคะ อิอิ
#7  by  Shizuma †he Chevalier ☆ At 2007-08-19 23:32, 
อืม...

เก็บเงินล่วงหน้าดีกว่า...สักวันละยี่สิบ...

สักปี 2010 ค่อยไป...

....


อิจฉานะเนี่ยยยยยย ("OAo)
#8  by  Monboysama At 2007-08-20 10:26, 
อยากดูYou're under arrest full throttleจังเลยค้าบอิจฉาได้ดูตอน1ก่อนใครเป็นเดือนๆเลยแหนะอยากไปบ้างจังว้อยยย
#9  by  Aonzen (58.8.59.182) At 2007-08-20 13:41, 
รูปเยอะๆๆ ขอรูปเยอะๆๆ

>x< ทิวทัศน์อยากเห็นที่นู่นที่นี้
#10  by  PQza (58.9.112.106) At 2007-08-22 12:38, 
แง้ว โชคดีจัง อยากเจอคุณซาโต้ที่พากษ์เนกิคุงมากๆเลยล่ะ ส่วนเรื่องดาร์คเกอร์ แดน แบลค นั้นรู้สึกว่าเรื่องนี้จะขนนักร้องวงดังๆมาร้องกันเพียบ แต่ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าเป็นเรื่องยังไง ว่าแต่คุณยูกิ หนุ่มๆชาวญี่ปุ่นหล่อไหม ฮุๆ
#11  by  P_aobara (61.19.196.133 /192.168.3.19) At 2007-08-24 09:20, 
OH!Very fun to read your Japan tour report~now I can't type Thai.
I will visit again when you update your report na ja
#12  by  parishii At 2007-08-24 20:06, 
hu hu ขอบคุณครับเล่าสนุกดีครับ

รอวันที่ 15 ต่อเน้อ
#13  by  PQza (58.9.114.246) At 2007-08-27 13:37, 
-ย่าน กินซ่า ตึกราหนทาง หรู มากเลยท่าจะแพงจริงๆ

-มองตึก โตเกียวอินเตอรเนชั่น เห็นโครงสร้างแล้ว ตาลาย @_@

-งานวัดอาซาคุสะ ถ้ามาตอนกลางคืน คงจะสวยไปอีกแบบอ่ะเปล่าน้า?

-ว้าก เมดๆ อีกแล้ว ไม่ได้เห็นเลยวุ้ย(ก็แน่ละเค้าห้ามถ่ายรูปนี่หว่า) ฮือ ฮือ
#14  by  PQza (58.9.112.185) At 2007-08-28 21:41, 
รบกวนถาม คุณยูกิ หน่อยครับ
- ว่า ค่าตั๋วเครื่องบิน ไปกลับไป-กลับ Jp นี่ถึง 30,000บาท เลยเหรอครับ

ปล.พอดีเอาเรื่องที่คุยยูกิ ไปพักร้อนไปเล่าให้ ญาติฟังเค้าก็บอกว่าค่าตั๋วประมาณงี้ๆ (เจ้แกเคยไปด้วยเหรอฟ่ะ 30k เนี่ย)

ปล2.ขอโทษด้วยครับที่เหมือนการปั้มคอมเม้นต์ เพราะมัน edit ไม่ได้ง่ะ
#15  by  PQza (58.9.114.102) At 2007-08-29 17:56, 
ราคาตั๋วแล้วแต่ว่าเป็นหน้าไหนครับ ถ้ายิ่งช่วง High Season อย่างสิ้นปีนี่ยิ่งแพงราคาอาจขึ้นไปเกือบๆ 30000 บาทได้
แต่ช่วงที่ผมไปนี่หน้าร้อนคนญี่ปุ่นออกไปเที่ยวนอกประเทศเยอะครับ ราคาตกอยู่ประมาณ 20000 นิดๆรวมเบ็ดเสร็จ
#16  by  Yuki-Kung At 2007-08-29 21:46, 
อิจฉามากเลยอ่ะๆๆๆๆๆๆอยากได้ฟิกเกอร์ฮารูฮิอ่าผ้าเช็ดหน้าLouise Zero ด้วยอ่า T T อิจฉาโคตรเลยผมขนาดเคยไปอเมริกามาแล้วยังอิจฉาคนได้ไปญี่ปุ่เลย
#17  by  อ้ากกกกก (58.8.20.217) At 2007-08-29 22:32, 
อุวะ 30k หรือเนี่ยแค่ไปกลับก็ จน แล้วเน้อ
#18  by  PQza (58.9.113.35) At 2007-08-30 17:31, 

<< Home


Yuki-Kung
View full profile

Free chat widget @ ShoutMix